27

+เพิ่มเรื่องราวใหม่

ห้อง :เรื่องราวทั่วไปรายวัน
วัคซีนโควิด-19 ฮาลาลหรือไม่ ในหนทางของศาสนาอิสลาม
#อีกประเด็นที่ประชาชนยังคาใจ #เป็นเรื่องละเอียดอ่อนสำหรับพื้นที่ปาตานี
ประเด็นฮาลาลของวัคซีนโค-วิดที่ควรจบแต่ยังไม่จบ
Cr.line
มีคำถามด่วนมาถึงศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยว่า #สภานักวิชาการศาสนาอิสลามแห่งอินโดนีเซียหรือสภาอุละมาอฺ (علماء‎) (MUI) มีความเห็นว่าวัคซีนแอสทราเซเนกา (AstraZeneca) มีปัญหาด้านฮาลาลเนื่องจากมีการใช้โปรตีนทริปซินจากสุกร (Porcine trypsin) ในกระบวนการผลิต อันที่จริงข่าวนี้เป็นข่าวเก่าทว่าทาง MUI ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้
ในเชิงศาสนา #ทางศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล ไม่เกี่ยวข้องจึงขอเพียงนำความเห็นจากนักวิชาการอิสลามที่ระบุว่า อิสลามมีข้ออนุโลมโดยขึ้นกับเงื่อนไข โดย #องค์กรศาสนาอิสลามแห่งสิงคโปร์ (MUIS) แจงว่าหากมีการใช้องค์ประกอบของสัตว์จริงในการผลิต กระบวนการล้างทำความสะอาดเพื่อขจัดทริปซินโดยใช้น้ำปริมาณมหาศาลย่อมทำให้สิ่งต้องห้ามหรือหะรอมถูกเจือจางจนหมดความเป็นนญิสหรือความสกปรกตามหลักการ “อิซติฮฺลัก” (استهلك) คล้ายคลึงกับการหล่นของอุจจาระซึ่งเป็นนญิสลงในแม่น้ำซึ่งมีน้ำปริมาณมากย่อมไม่ทำให้น้ำไม่สะอาด

ขณะที่ #องค์กรศาสนาอิสลามออสเตรเลีย ระบุว่าในกระบวนการผลิตวัคซีนมีการเปลี่ยนโครงสร้างโปรตีนทริปซินซึ่งถูกทำให้เป็นเกลือ EDTA สภาวะนี้สิ่งหะรอมถูกแปรสภาพอย่างสิ้นเชิงตามหลักการ “อิซติฮาละฮฺ” (استحالة) คล้ายคลึงการเปลี่ยนสภาพของแอลกอฮอล์ไปเป็นน้ำส้มสายชู จึงไม่เป็นปัญหา
ขณะเดียวกัน เมื่อมีการยืนยันชัดเจนว่าโรคโควิด-19 ก่ออันตรายต่อสุขภาพถึงชีวิต การใช้แนวทางอื่นในการรักษายังขาดข้อมูลทางวิชาการยืนยันว่าได้ผล การฉีดวัคซีนมีหลักฐานทางวิชาการว่าสามารถปกป้องสุขภาพจากโรคได้ กรณีเช่นนี้การฉีดวัคซีนจึงเป็นไปเพื่อรักษาชีวิตซึ่งนับเป็น “ฎารูเราะฮฺ” (ضرورة) จำเป็นอย่างยิ่งยวด

ประเด็นนี้ องค์กรศาสนาอิสลามจำนวนมากรวมถึงสำนักจุฬาราชมนตรีได้ตัดสิน (ฟัตวา) ว่าวัคซีนเป็นสิ่งอนุมัติ แต่ถึงกระนั้นยังมีมุสลิมจำนวนหนึ่งขาดความมั่นใจ
ในทางวิทยาศาสตร์ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลหารือกับผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของรัฐบาล ได้ข้อสรุปว่าในกระบวนการผลิตวัคซีนในปัจจุบัน การเตรียมโปรตีนทริปซินทำได้โดยกระบวนการต่างๆถึง 6 วิธี
เช่น การใช้ปลาทะเล
การใช้เปลือกสัตว์ทะเล
การใช้ข้าวโพดหรือพืชจีเอ็ม
การใช้โปรตีนจากวัวหรือสัตว์ฮาลาลอื่น

การผลิตโปรตีนด้วยเทคนิครีคอมบิแนนท์ ขณะที่ทางผู้ผลิตเห็นว่าการใช้สุกรซึ่งเป็นเทคนิคเก่าเป็นปัญหา ขาดการยอมรับของตลาดใหญ่นั่นคือมุสลิม ฮินดู ยิว คริสต์และพุทธบางนิกาย มังสะวิรัติ บริษัทจึงหันไปใช้วิธีอื่น

ในเรื่องนี้ The Medicines and Healthcare Products Regulatory Agency (MHRA) และ The British Islamic Medical Association (BIMA) ร่วมกันยืนยันว่าวัคซีน Pfizer BioNTech, Moderna และ Oxford AstraZeneca ไม่มีการใช้องค์ประกอบของสัตว์ในการผลิต เป็นผลให้สภามัสยิด (Council of Masjids) และสภาอิหม่ามแห่งสหราชอาณาจักร ตัดสินว่าวัคซีนดังกล่าวไม่มีประเด็นหะรอม แนะนำให้มุสลิมทั่วไปฉีด #drwinaidahlan, #ดรวินัยดะห์ลัน, #วัคซีนฮาลาล
เขียนโดย คนเหมือนชาวบ้าน
02/09/2564
22

+เพิ่มเรื่องราวใหม่

ห้อง :เรื่องราวทั่วไปรายวัน
แม่ทัพภาคที่ 4 มอบนโยบายควบคุมพื้นที่ ก่อนเคลื่อนย้ายสับเปลี่ยนกำลังพล และให้คำแนะนำเกี่ยวกับหลักการปฏิบัติ ทางยุทธวิธีให้กำลังพลมีความเข้าใจต่อการปฏิบัติงานมากยิ่งขึ้น
แม่ทัพภาคที่ 4 มอบนโยบายควบคุมพื้นที่ ก่อนการเคลื่อนย้ายสับเปลี่ยนกำลังพลและให้คำแนะนำเกี่ยวกับหลักการปฏิบัติ
ทางยุทธวิธีให้กำลังพลมีความเข้าใจต่อการปฏิบัติงานมากยิ่งขึ้น

     เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2564 เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุม หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี พลโท เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ติดตามผลการปฏิบัติงานที่สำคัญในห้วงที่ผ่านมา
ตลอดจนรับฟังบรรยายสรุปการปฏิบัติแผนเชิงรุกพิทักษ์พื้นที่ ของหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ก่อนมอบนโยบายแนวทางการวางแผนปรับโครงสร้าง และการสับเปลี่ยนกำลังพลของหน่วย เน้นย้ำกำลังพลช่วงรอยต่อของการสับเปลี่ยนกำลังให้หน่วยได้วางแผนจัดกำลังในการปฏิบัติงาน
อย่างรอบคอบ เพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติงานเป็นพิเศษ คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ เพื่อป้องกันและลดการก่อเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น สร้างความเชื่อมั่นแก่พี่น้องประชาชน โดยมี พลตรี ธิรา แดหวา รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
พร้อมด้วย พลตรี คมกฤช รัตนฉายา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานในพื้นที่ และส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม 

จากนั้น แม่ทัพภาคที่ 4 และคณะเดินทางต่อไปยังที่ทำการยุทธวิธี กองร้อยทหารพรานที่ 4206 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 42 ตำบลตะโล๊ะ อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ เหตุการณ์สำคัญ ตลอดจนบุคคลเป้าหมายที่ยังคงมีข่าวความเคลื่อนไหวในพื้นที่
ซึ่งหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 42 รับผิดชอบพื้นที่เขตรอยต่อ อำเภอยะหริ่ง และอำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เปิดแผนบูรณาการร่วม 3 ฝ่าย ประกอบไปด้วย 7 ชุดปฏิบัติการ ร่วมปฏิบัติการตามแผน ลงพื้นที่พิสูจน์ทราบ ค้นหาบุคคลเป้าหมาย กดดัน และติดตามบังคับใช้กฎหมายต่อไป
ก่อนจะเดินทางเยี่ยมให้กำลังใจ และมอบนโยบายการเข้าพื้นที่แก่ชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ กองร้อยทหารพรานที่ 4206 บริเวณพื้นที่สวนยางพารา บ้านตะโล๊ะ-ปุลากง อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ติดตามการทำงานของชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับหลักการปฏิบัติ
ทางยุทธวิธีให้กำลังพลมีความเข้าใจต่อการปฏิบัติงานมากยิ่งขึ้น เน้นย้ำกำลังพลปฏิบัติงานในการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจในมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 ให้กับประชาชน พร้อมกันนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้มอบสิ่งของอุปโภค - บริโภค
เพื่อสร้างขวัญกำลังให้แก่เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ให้มีกำลังใจสามารถปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ 

โดยแม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า "นอกเหนือจากการเข้าสู่เป้าหมายพิสูจน์ทราบแหล่งหลบซ่อน แหล่งพักพิงตามภาพข่าว เจ้าหน้าที่ต้องสร้างความเข้าใจและสร้างความตระหนักรู้ให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ทั้งสถานการณ์ความไม่สงบและมาตรการการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องมีความพร้อมทั้งร่างกาย จิตใจในการปฏิบัติทุกขั้นตอน คำนึงถึงความปลอดภัยของชุดปฏิบัติการขณะปฏิบัติการจรยุทธ์เป็นสำคัญ รู้จักการพลิกแพลงแผน เพื่อไม่ให้เกิดการติดตามจากฝ่ายตรงข้าม ศึกษาเส้นทาง เส้นทางหลัก เส้นทางรอง ศึกษาพื้นที่ ผนวกการปฏิบัติเข้าด้วยกัน
ด้วยความระมัดระวัง เอาบทเรียนที่ผ่านมาเป็นส่วนหนึ่งในการวิเคราะห์ติดตาม และปฏิบัติตามแผนที่วางไว้อย่างเคร่งครัด ไม่สร้างเงื่อนไข แต่ให้สร้างความเข้าใจ สร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน 

สำหรับแผนปฏิบัติการเชิงรุกพิทักษ์พื้นที่ในครั้งนี้ เมื่อมีภาพข่าวปรากฏถึงความเคลื่อนไหวของผู้ก่อเหตุรุนแรง หน่วยงานภาครัฐจึงจำเป็นต้องเปิดแผนการปฏิบัติ เพื่อพิทักษ์พื้นที่ให้เกิดความปลอดภัยทั่วทุกพื้นที่ ด้วยการบูรณาการร่วมกำลังทุกภาคส่วน เพื่อจำกัดเสรีการก่อเหตุ ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจ
ต่อผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น พี่น้องประชาชน ตลอดจนเครือญาติถึงความผิดทางกฎหมายในการให้แหล่งพักพิง และการสนับสนุนช่วยเหลือ พร้อมเปิดโอกาสสำหรับผู้หลงผิดได้กลับใจเข้ามามอบตัว เพราะเราแก้ไขปัญหาที่ไม่ต้องการความรุนแรง แต่ต้องการใช้แนวทางสันติวิธี สร้างสันติสุขให้เกิดขึ้น
และนอกจากการทำพื้นที่ให้เกิดความปลอดภัยแล้ว สิ่งสำคัญควบคู่กันไปในขณะนี้คือ การสร้างความรับรู้เรื่องสถานการณ์การระบาดของไวรัส covid -19 ถึงการปฏิบัติตนอย่างไรให้เกิดความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการเชิงรุกทำการสำรวจตรวจสอบ ถึงผลกระทบของพี่น้องประชาชน
ต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสcovid-19 พื้นที่ไหนยังขาดแคลน หรือต้องการความช่วยเหลือให้รีบเร่งดำเนินการเข้าช่วยเหลืออย่างรวดเร็วที่สุด 

ในส่วนด้านการเจรจาตามสันติวิธีของคณะพูดคุยสันติสุข ขณะนี้ยังมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องผ่านการพูดคุยทางระบบออนไลน์ รวมไปถึงสมาชิกคณะประสานงานระดับพื้นที่ (สล.3) ยังคงเข้าพื้นที่รับฟังความคิดเห็น พูดคุยและสอบถามความต้องการของพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง
เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาสร้างสันติสุขในพื้นที่ให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนต่อไป"
เขียนโดย คนเหมือนชาวบ้าน
02/09/2564
31

+เพิ่มเรื่องราวใหม่

ห้อง :เรื่องราวทั่วไปรายวัน
จังหวัดยะลา อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนเดินทาง เข้า-ออก จังหวัด หลัง ศบค.ยะลา อนุญาตโดยไม่ต้องขอหนังสือ
ด่านรอยต่อยะลา อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนเดินทาง เข้า-ออก จังหวัด หลัง ศบค.ยะลา อนุญาตโดยไม่ต้องขอหนังสือ แต่ต้องสแกนQR CODE save yala 

วันนี้  1 ก.ย.64 ดีเดย์ มาตรการผ่อนปรน การป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ตามคำสั่ง ศบค.ส่วนกลาง โดยที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อ จังหวัดยะลา ได้ขานรับมาตรการ ออกคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 จังหวัดยะลา ที่ 263/2564  ขอความร่วมมือประชาชนเดินทาง เข้า-ออก จังหวัดยะลา ให้เดินทางเท่าที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พร้อมทั้ง สแกนQR Code YALA SAFE ALERT ขาเข้าตัวจังหวัดยะลา โดยไม่ต้องแสดงเอกสารต่อเจ้าหน้าที่ประจำด่าน  เริ่ม 1 ก.ย.64 เป็นเวลา 14 วัน

ล่าสุด  ที่ด่านตรวจบ้านคลองทรายใน ต.ยุโป อ.เมือง จ.ยะลา ซึ่งเป็นด่านตรวจรอยต่อระหว่างจังหวัดยะลากับจังหวัดปัตตานี เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองได้อำนวยความสะดวก ประชาชนที่เดินทางเข้า- ออก จังหวัดยะลา พร้อมทั้งมีการตรวจบัตรประชาชน เลข 13 หลัก ตรวจสอบข้อมูลด้านความมั่นคง พร้อมทั้งการสแกน QR Code YALA SAFE ALERT เพื่อแสดงความจำนงในการเดินทางเข้าพื้นที่ ตามมาตรการป้องกันโรคของจังหวัดยะลา ทั้งนี้ไม่มีการการตรวจเอกสาร หรือหนังสือการเดินทางแต่อย่างใด  บรรยากาศโดยทั่วไปการเดินทางเข้า-ออกของประชาชนนั้นยังมีจำนวนไม่มาก เนื่องจากทางจังหวัดยะลายังคงขอความร่วมมือประชาชนงดเดินทางเข้า - ออกพื้นที่เป็นเวลา 14 วัน นับตั้งแต่วันที่ 1-14 กันยายน 2564นี้

#เพจสวทยะลากรมประชาสัมพันธ์
เขียนโดย คนเหมือนชาวบ้าน
02/09/2564
24

+เพิ่มเรื่องราวใหม่

ห้อง :เรื่องราวทั่วไปรายวัน
อย.พร้อมสนับสนุนผลิตภัณฑ์สุขภาพจากพืชกระท่อม ย้ำยื่นขออนุญาตก่อนนำออกจำหน่าย


อย.พร้อมสนับสนุนผลิตภัณฑ์สุขภาพจากพืชกระท่อม ย้ำยื่นขออนุญาตก่อนนำออกจำหน่าย

วันนี้ (2 ก.ย.) นายแพทย์วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากที่ได้มีการปลดล็อกพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด ประเภทที่ 5 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2564 ทำให้ประชาชนทั่วไปสามารถปลูกพืชกระท่อม ครอบครอง และสามารถซื้อ ขาย หรือนำมาบริโภคได้ ตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการผลักดันให้กระท่อมเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรไทยนั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ยินดีสนับสนุนเพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยกรณีที่มีการนำพืชกระท่อมมาทำเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่อยู่ในการกำกับดูแลของ อย. เช่น ยา อาหาร ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ขอให้ผู้ประกอบการมาขออนุญาตกับ อย. ก่อนการนำออกจำหน่าย โดย อย. มีหน่วยงานที่สามารถให้คำปรึกษาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และรายละเอียดในการขออนุญาตได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมายเป็นการยืนยันในเรื่องประสิทธิภาพและคุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจน รวมทั้งปลอดภัยต่อผู้บริโภค

ทั้งนี้ พืชกระท่อมเป็นสมุนไพรที่มีการนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์มาตั้งแต่โบราณ เนื่องจากมีสรรพคุณทางยา มีสารสำคัญที่เรียกว่า ไมทราไจนีน (Mitragynine) เป็นสารในกลุ่มอัลคาลอยด์ ซึ่งออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง เชื่อว่าสามารถลดอาการปวด ทำให้รู้สึกชา กดความรู้สึกเมื่อยล้าขณะทำงานช่วยให้กระปรี้กระเปร่า อย่างไรก็ตาม การนำพืชกระท่อมมาบริโภคโดยตรงควรปรึกษาผู้ที่มีความรู้หรือมีประสบการณ์การใช้ในชุมชน เช่น หมอพื้นบ้าน หรือบุคลากรทางสาธารณสุข เนื่องจากการรับประทานอย่างไม่เหมาะสม อาจจะทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ได้
เขียนโดย คนเหมือนชาวบ้าน
02/09/2564
66

+เพิ่มเรื่องราวใหม่

ห้อง :เรื่องราวทั่วไปรายวัน
ด่วน! จุฬาราชมนตรี ผ่อนปรนให้ละหมาดญะมาอะห์ และละหมาดวันศุกร์ที่มัสยิดได้
ด่วน! จุฬาราชมนตรี ผ่อนปรนให้ละหมาดญะมาอะห์ และละหมาดวันศุกร์ที่มัสยิดได้

#ประกาศจุฬาราชมนตรี
เรื่อง มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
ว่าด้วย การละหมาดญะมาอะห์ และการละหมาดวันศุกร์ (ญมอะห์) ที่มัสยิด
(ฉบับที่ 9/2564)

ด้วยได้ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
ด้วยความใกล้ชิดมาอย่างต่อเนื่อง พบว่าในหลายพื้นที่ของประเทศมีแนวโน้มที่ดีขึ้นเป็นลำดับ อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากความร่วมมือในการเข้ารับการฉีดวัคซีนและการปรับพฤติกรรมการดำรงชีวิตในสังคม
New Normal ของทั้งพี่น้องมุสลิมและพี่น้องชาวไทยที่มีความตระหนักในการปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขและประกาศจุฬาราชมนตรีในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค 

#จึงพิจารณาเห็นควรผ่อนปรนให้ปฏิบัติศาสนกิจการละหมาดญะมาอะห์และการละหมาดวันศุกร์ (ญุมอะห์) ที่มัสยิดได้ 
ทั้งนี้การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อาจจะอยู่กับสังคมมนุษย์ไปอีกนาน จึงจำเป็นต้องปรับวิถีการดำรงชีวิตและการปฏิบัติศาสนกิจให้มีความสอดคล้องกับบทบัญญัติศาสนา และยังคงมีมาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อรักษาไว้ซึ่งความปลอดภัยสูงสุด ทั้งผู้ปฏิบัติศาสนกิจ สังคม และการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค จึงได้กำหนดแนวทางการผ่อนปรนให้ปฏิบัติศาสนกิจที่มัสยิด ดังนี้

1. ประชากรที่อยู่ในชุมชนมีอัตราการได้รับการฉีดวัคซีนแล้วไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของจำนวนประซากรที่มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป 
หรือในพื้นที่ที่คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดได้พิจารณาร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วสามารถผ่อนปรนให้ปฏิบัติศาสนกิจดังกล่าวได้

2. คณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิดและผู้มาปฏิบัติศาสนกิจที่มัสยิด ทั้งละหมาดญะมาอะห์ และละหมาดวันศุกร์ (ญุมอะห์) ควรได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว อย่างน้อย 1 เข็ม

3. ใช้เวลาในการปฏิบัติศาสนกิจละหมาดญะมาอะห์ ไม่เกิน 30 นาที และละหมาดวันศุกร์ 
(ญุมอะห์) เริ่มตั้งแต่อะซานจนกระทั่งเสร็จสิ้นการละหมาด ไม่เกิน 45 นาที

4. ต้องปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขและประกาศจุฬาราชมนตรีด้วยความเคร่งครัด
ได้แก่ การตรวจวัดอุณหภูมิ การสวมใส่หน้ากากผ้า/หน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่างแถวการละหมาด 1.5 - 2 เมตร การจัดจุดล้างมือ/เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ การอาบน้ำละหมาดจากที่บ้าน การนำผ้าปูละหมาดของตนเองมาด้วย และการลงทะเบียนทุกครั้งที่มาปฏิบัติศาสนกิจที่มัสยิด

5. การปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าว ให้คณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิดประสานแจ้ง
คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเพื่อจะได้ประสานหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัด 
และสำหรับมัสยิดที่อยู่ในจังหวัดที่ไม่มีคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ให้อิหม่ามประจำมัสยิดประสานหารือกับฝ่ายปกครอง
ในพื้นที่ในการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส
โคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ออกโดยภาครัฐและประกาศจุฬาราชมนตรีด้วยความเคร่งครัด

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวข้างต้นให้ถือปฏิบัติจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ หรือ
จนกว่าจะมีการประกาศเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น

ประกาศ ณ วันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2564
(นายอาศิส พิทักษ์คุมพล)

Tel. 0-2949-4278. 0-2949-4312-3 
Fax : 0-2949-4220 
E-mail : skthai1431@hotmail.com
เขียนโดย คนเหมือนชาวบ้าน
02/09/2564
32

+เพิ่มเรื่องราวใหม่

ห้อง :เรื่องราวทั่วไปรายวัน
จนท.ชาวบ้านร่วมกันหาเด็กชายวัย 7 ปี จมน้ำหายที่ปัตตานี
สลด! จนท.ชาวบ้านร่วมกันหาเด็กชายวัย 7 ปี จมน้ำหายที่ปัตตานี

จากเหตุเด็กจมน้ำในคลองที่ปัตตานีวันนี้เพจ ที่นี่ขายแดนใต้ ได้โพสต์ข้อความภาพระบุว่า
ที่บ้านรอน้อง ..ครอบครัวน้องและญาติน้อง ขอช่วยทีมงานที่นี่ชายแดนใต้นำเสนอและขอช่วยพี่น้องร่วมกันดุอาและขอพร เพื่อหาเด็กชายอับดุลฮากีม ยา อายุ 7 ปีเนื่องจากจมน้ำ เมื่อวันอาทิตย์ ที่ 29 สิงหาคม 2564 ซึงผ่านไปแล้ว 5 วัน หายังไม่เจอ
ณ คลองหลังมัสยิดปาตาตีมอ ต.ตะลุบัน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ซึ่งมีนักดำน้ำและฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ รวมถึงชาวบ้านร่วมกันหายังไม่เจอ

ราวมกันดุอาและขอพร
ขอบคุณภาพจาก Facebook : Nitikorn Waesama
ขอขอบคุณเพจ ธารน้ำใจสายบุรี ที่นี่ชายแดนใต้
เขียนโดย คนดำจริงใจ
03/09/2564
144

+เพิ่มเรื่องราวใหม่

ห้อง :เรื่องราวทั่วไปรายวัน
รายงานเหตุยิงวัยรุ่นสาเหตุเรื่องส่วนตัว ขัดแย้งผลประโยชน์ของยาเสพติด ในพื้นที่ อ.เมือง จว.ยะลา
รายงานเหตุยิงวัยรุ่นสาเหตุเรื่องส่วนตัว ขัดแย้งผลประโยชน์ของยาเสพติด ในพื้นที่ อ.เมือง จว.ยะลา (เบื้องต้น) 

     - วันที่ 3 ก.ย. 64 คนร้ายไม่ทราบชื่อและจำนวน ใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาด ลอบยิงนายตอเละ (ชื่อ-สกุล อยู่ระหว่างตรวจสอบ) อายุ 25 ปี ราษฎรในพื้นที่ บ.บาโด ม.3 ต.ยุโป อ.เมือง จว.ยะลา บริเวณหน้ามัสยิดอาลมาดาริยะห์ บ.บาโด ม.3 ต.ยุโป อ.เมืองฯ กระสุนถูกนายตอเละฯ บริเวณเเขน และศรีษะ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

     - จากการตรวจสอบขั้นต้นทราบว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ขัดแย้งผลประโยชน์ของยาเสพติด 

     - รายละเอียดเพิ่มเติม ชป.จะรายงานให้ทราบต่อไป
เขียนโดย คนดำจริงใจ
03/09/2564
234

+เพิ่มเรื่องราวใหม่

ห้อง :เรื่องราวทั่วไปรายวัน
ลอบวางเพลิงเผาสัญญาณโทรศัพท์มือถือไหม้เสียหายในพื้นที่ยะรัง ปัตตานี
ลอบวางเพลิงเผาสัญญาณโทรศัพท์มือถือไหม้เสียหายในพื้นที่ยะรัง ปัตตานี
 
วันที่ 7 กันยายน 2564 เวลาประมาณ 23.10 น.ร้อยเวรรับแจ้งเหตุ สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี คนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางเพลิงเผาตู้เสาสัญญาณโทรศัพท์ ระบบ(AIS) จนได้รับความเสียหาย

 เหตุเกิดบริเวณพื้นที่ ม.5 บ้านเกาะบาตอ  ต.เมาะมาวี อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ส่วนประเด็นสาเหตุอยู่ระหว่างการสืบสวนและสอบสวนขณะนี้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบเก็บวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ

เขียนโดย คนเหมือนชาวบ้าน
08/09/2564
25

+เพิ่มเรื่องราวใหม่

ห้อง :เรื่องราวทั่วไปรายวัน
เจอระเบิดในสวนยางพาราในพื้นที่ นราธิวาส เจ้าหน้าที่ EOD เร่งเก็บกู้
เจอระเบิดในสวนยางพาราในพื้นที่ นราธิวาส เจ้าหน้าที่ EOD เร่งเก็บกู้

เมื่อวันที่ 9 ก.ย.64 เวลาประมาณ 08.30 น. ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 6 ต.​/อ.สุไหงปาดี​ จ.นราธิวาส รับแจ้งจาก นางผิน​ สุขแก้ว​ เจ้าของสวนยางพารา พบ​วัตถุ​ตต้องสงสัย(เป็นระเบิดเเบบเหยียบ)จำนวน 2 ลูก ภายในสวนยางพารา​บ้บ้านควนหมู่ที่ 6​ ต.​/อ.สุไหงปาดี​ จ.นราธิวาส จึงได้ประสานไปเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารฝ่ายปกครอง พร้อมด้วย ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด เข้าตรวจสอบ
เขียนโดย คนเหมือนชาวบ้าน
09/09/2564
1154

+เพิ่มเรื่องราวใหม่

ห้อง :เรื่องราวทั่วไปรายวัน
สภ.ศรีสาคร ตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัยว่ามีการซุกซ่อนอาวุธปืน
เมื่อ 9 ก.ย.64 เวลา 16.30 น.ฉก.ทพ.49 
ร่วมกับ ชุดสืบสวน สภ.ศรีสาคร ตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัยว่ามีการซุกซ่อนอาวุธปืน 
ในพื้นที่ ม.1 ต.ซากอ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส
จากการตรวจค้น บ้านเลขที่ 109/6 ม.2 ต.ซากอ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส พิกัด QG 76724 89905 
สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 1 คน 

ตรวจพบอาวุธปืน 5 กระบอก 

พร้อมเครื่องกระสุน ดังนี้
1) ผู้ต้องสงสัย นาย ชูรีนัน สาและ 
อายุ 32 ปี   ที่อยู่ 109/6 
ม.2 ต.ซากอ อ.ศรีสาคร จว.น.ธ.
2) อาวุธปืนสงคราม AK-47 
   จำนวน 1 กระบอก
3) อาวุธปืนลูกซอง 
   จำนวน 2 กระบอก
4) อาวุธปืนพกสั้น 
    จำนวน 1 กระบอก
5) อาวุธปืนประดิษฐ์ (ปืนปากกา) 
    จำนวน 1 กระบอก
6) เครื่องกระสุนขนาด 7.62 มม. 
    จำนวนหนึ่ง
7) เครื่องกระสุนปืนลูกซอง 
    จำนวนหนึ่ง
เขียนโดย คนดำจริงใจ
10/09/2564
32

+เพิ่มเรื่องราวใหม่

ห้อง :เรื่องราวทั่วไปรายวัน
สร้างบ้านและซื้อสวนยางช่วยแม่เลี้ยงเดี่ยวกินข้าวต้มเกลือ ในพื้นที่บ้านเจาะกลาดี หมู่ที่ 8 ต.ยะหา อ.ยะหา จ.ยะลา จากเงินของคนไทยที่โอนให้ 1.8 ล้านบาท
สร้างบ้านและซื้อสวนยางช่วยแม่เลี้ยงเดี่ยวกินข้าวต้มเกลือ ในพื้นที่บ้านเจาะกลาดี หมู่ที่ 8 ต.ยะหา อ.ยะหา จ.ยะลา จากเงิน ของคนไทยที่โอนให้ 1.8 ล้านบาท 
     
วันที่ 9 ก.ย.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเจาะกลาดี หมู่ที่ 8 ต.ยะหา อ.ยะหา จ.ยะลา นายแม เจะเงาะ อีหม่ามมัสยิดบ้านเจาะกลาดี นายซัยนุงอาบีดีน ยะผา ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 8 น.ส.รอกีเยาะ อาบู ประธานศูนย์พัฒนาอาชีพ กลุ่มร่วมด้วยช่วยกันชายแดนใต้ , นายอะหมัด รามันห์สิริวงศ์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดยะลาพร้อมชาวบ้าน ร่วมเป็นสักขีพยาน ซื้อสวนยาง และ ลงเสาสร้างบ้าน ให้ น.ส. ซูไฮนี เจ๊ะเลาะ แม่เลี้ยงเดี่ยว ลูก 3 คน ที่น้ำใจคนไทยแห่ช่วยเหลือ โอนเงินเข้าบัญชีของ น.ส.ซูไฮนี เจ๊ะเลาะ 1.8 ล้านบาท หลังมีการเสนอข่าวความเดือดร้อน ต้มข้าวใส่เกลือให้ลูกกิน 
    สำหรับเงินบริจาค 1.8 ล้านบาทจากน้ำใจคนไทย ทางผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา และชาวบ้านในชุมชนร่วมกัน หารือร่วมกันและได้นำไปซื้อสวนยางพารา จำนวน 6 ไร่ ในราคา 720,000 บาท นำไปสร้างบ้าน 550,000 บาท ซื้อที่ดิน จำนวน 2 ห้อง ราคา 170,000 บาท และ ซื้อ รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น เวฟ 125 ไอ ที่นำเงินไปซื้อในราคา 56,010 บาท รวมเป็นเงิน 1,496,010 บาท และอีก 303,990 เป็นทุนอาชีพและทุนการศึกษาให้ลูกๆทั้ง 3 คน 

   น.ส.ซูไฮนี เจ๊ะเลาะ แม่เลี้ยงเดี่ยว กล่าวว่า เงิน 1.8 ล้านบาทที่เป็นของคนไทยโอนเข้ามาช่วยเหลือ ได้เปลี่ยนชีวิตตนเองจากหลังมือเป็นหน้ามือ ไม่มีคำไหนที่จะบอกทุกๆคนที่โอนเงินและสิ่งของรวมทั้งทุกคนที่ส่งกำลังใจ มาให้ อยากขอขอบคุณ ที่ช่วยให้ชีวิตดีขึ้น ขอสัญญาว่า จะตอบแทนทุกคนด้วยการเป็นคนดีช่วยเหลือสังคมและจะสอนลูกให้เป็นคนดี เพราะ โอกาสที่ตนเองและลูกได้มาจากทุกคน มันมากกว่าคนอื่นๆ หลายเท่า สิ่งสำคัญกว่านี้ต้องขอขอบคุณ นายก อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านทุกคน ที่ช่วยตนและลูกจนถึงวันนี้ หาสิ่งดีๆที่สุด ให้กับตนและลูกจนสามารถนำเงินทุกบาทของคนไทย มาใช้จ่ายอย่างเป็นประโยชน์ที่สุด ตอนนี้ ตนและลูก มีบ้านพร้อมที่ดิน มีรถจักรยายนต์ มีสวนยางและ มีทุนอาชีพ รวมทั้งลูกๆ มีทุนการศึกษาสามารถเรียนได้หนังสือได้โดยไม่เดือดร้อน นอกจากนี้ สวนยางที่ซื้อมา สามารถเป็นรายได้แต่ละวันให้ตนได้มีเงินเก็นในอนาคตอีกด้วย ชีวิตนี้ถือว่า สุขสบายแล้ว อยากขอขอบคุณทุกคนมากๆ    

เขียนโดย คนดำจริงใจ
10/09/2564
10

+เพิ่มเรื่องราวใหม่

ห้อง :เรื่องราวทั่วไปรายวัน
11 พี่น้องบ้านเจ๊าะตาแม ตำบลกาตอง อำเภอยะหากำพร้ายากไร้ พ่อ-แม่ เสียชีวิต
11 พี่น้องบ้านเจ๊าะตาแม  ตำบลกาตอง  อำเภอยะหากำพร้ายากไร้  พ่อ-แม่ เสียชีวิต

ณ.บ้านเลขที่ 75  หมู่ 4  บ้านเจ๊าะตาแม  ตำบลกาตอง  อำเภอยะหา  จังหวัดยะลา  95120  

ครอบครัวนากอหม๊ะ  พี่น้องที่มีกว่า 11 คน และหลาน 1 คน  กำพร้าทั้งพ่อและแม่ อาศัยในบ้านพุพังของญาติ  พี่ๆต้องหยุดเรียนเพื่อหาเงิน เลี้ยงดูน้องตัวเล็กๆไร้เดียงสาอายุตั้งแต่ 6 ,7 ,10 ขวบ    อัลลอฮุอักบัร !!! 

นางสาว สุไลดา  นากอหม๊ะ พี่สาวคนโต วัย24ปี เล่าถึงความลำบากที่ประสบอยู่ ต้องหยุดเรียนเพื่อช่วยเลี้ยงน้องๆ  อีกทั้งน้องที่ทำงานมีอยู่ 3 คน รับจ้างขนน้ำยางบ้าง  ทำงานในโรงงานปลากระป๋องบ้าง  และยังมีน้อง 2 คนอายุ 17 และ18 ปี ที่เพิ่งหยุดเรียนเช่นกัน เนื่องจากโรงเรียนอยู่ไกลบ้านมากๆ และรถมอเตอร์ไซค์มีแค่1คัน  ทั้งพี่ชายจำเป็นต้องใช้รถเพื่อทำงาน และค่าใช้จ่ายเกินกว่าที่จะรับไหว จึงทำให้ตัดสินใจหยุดพักการเรียนโดยสิ้นเชิง  

ในขณะนี้น้องที่ยังอยู่ในระบบการศึกษาทั้งหมดอีก 6 คน อยู่ในช่วงอายุ  6-15 ปี มีแนวโน้มสูงมากจะตามรอยพี่ๆ คือหยุดเรียนและทำงาน 

ค่าใช้จ่ายในแต่ละวันขึ้นอยู่กับรายได้ของพี่ชายที่รับจ้างขนน้ำยางจะได้รับ  100บาท โดยประมาณ และพี่ๆที่รับจ้างในโรงงานส่งเงินกลับบ้าง อีกทั้งความช่วยเหลือจากญาติพี่น้อง ความต้องการเดียวของเหล่าพี่ๆที่เป็นกังวลและอยากได้รับมีเพียงให้น้องๆได้กินอิ่ม อยู่อย่างสบายใจ หากมีริซกีมากพออยากให้มีมอเตอร์ไซค์เพื่อส่งน้องไปโรงเรียน เมื่อวันที่โรงเรียนเปิดการเรียนการสอน   อินชาอัลลอฮ์

ร่วมช่วยเหลือและดุอาห์ให้เด็กกำพร้าเหล่านี้ได้ที่  
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร  สาขายะหา 
เลขที่  020-179696-739
นางสาว  สุไลดา  นากอหม๊ะ (บัญชีพี่สาวคนโต) 

โทร  098-694-0675  

ส่งของขวัญ อาหาร ขนม นมให้เด็กๆได้ที่ 

นางสาว  สุไลดา  นากอหม๊ะ
บ้านเลขที่ 75  หมู่ 4  บ้านเจ๊าะตาแม  ตำบลกาตอง  อำเภอยะหา  จังหวัดยะลา  95120
โทร  098-694-0675  

ขออัลลอฮ์ตอบแทนความดีงามของทุกท่าน ❤️ 
#มิตรผู้ห่วงใย
#มูลนิธิอะมีรุลมุอ์มินีนเพื่อเด็กกำพร้า3จังหวัดชายแดนภาคใต้ 

________________________________
ร่วมทำความดีผ่านอะมีรุลมุอ์มินีนฯ
ธนาคารกรุงเทพ เลขที่724-3000-796
มูลนิธิอะมีรุลมุอ์มินีนเพื่อเด็กกำพร้า3จังหวัดชายแดนภาคใต้

ที่มา: มูลนิธิอามีรุ้ลมุอฺมีนิน
เขียนโดย กำลังทหารในพื้นที่
14/09/2564
163

+เพิ่มเรื่องราวใหม่

ห้อง :เรื่องราวทั่วไปรายวัน
คนร้ายปาระเบิดใส่บ้านนายมะสูดิง ตาเละ ม.2 บ.ตาโล๊ะ ต.ซากอ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส
คนร้ายปาระเบิดใส่บ้านนายมะสูดิง  ตาเละ ม.2 ต.ซากอ อ.ศรีสาคร    จ.นราธิวาส

รายงานเหตุเบื้องต้น เหตุ 511 
พื้นที่รับผิดชอบ สภ.ศรีสาคร
เมื่อเวลา 23.00 น.14ก.ย. 64 
สภ.ศรีสาคร  ได้รับแจ้งเหตุคนร้าย
ไม่ทราบชื่อและจำนวนลอบปาระเบิด
ใส่บ้านของนายมะสูดิง  ตาเละ 
บ้านเลขที่ 92/1 บ.ตาโล๊ะ ม.2 ต.ซากอ อ.ศรีสาคร    จว.นราธิวาส
เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
รายละเอียดเพิ่มเติมอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนและรายงานให้ทราบต่อไป

เหตุเกิด บ.ตาโล๊ะ ม.2 ต.ซากอ  อ.ศรีสาคร   จว.นราธิวาส

พื้นที่รับผิดชอบ สภ.ศรีสาคร โทร.073-561-069
พ.ต.ต.วิมล  ด้วงนิล
สว.(สอบสวน) สภ.ศรีสาคร
โทร 081-748-9784
เขียนโดย กำลังทหารในพื้นที่
15/09/2564
218

+เพิ่มเรื่องราวใหม่

ห้อง :เรื่องราวทั่วไปรายวัน
ตำรวจยะลารวบหนุ่มวัย 30 ปี ยึดอาวุธปืนM-16/ระเบิดขว้าง และอีกหลายรายการ บ้านเจาะปูแน หมู่ที่ 1 ต.บาโงยซิแน อ.ยะหา จ.ยะลา
ตำรวจยะลารวบหนุ่มวัย 30 ปี ยึดอาวุธปืนM-16/ระเบิดขว้าง และอีกหลายรายการ บ้านเจาะปูแน หมู่ที่ 1 ต.บาโงยซิแน อ.ยะหา จ.ยะลา

เมื่อวันที่ 14 ก.ย.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 14 ก.ย.64 ที่ผ่านมา  พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ ผบก.ภ.จว.ยะลา , พ.ต.อ.สุทธิเวท บุญยรัตกลิน รอง ผบก.ภ.จว.ยะลา , พ.ต.อ.ธัชพิชัย จารย์วรานนท์ ผกก.สส.ภ.จว.ยะลา , พ.ต.ท.ธนพล เยาวพักตร์ รอง ผกก.สส.ภ.จว.ยะลา , พ.ต.ท.รัชพล เจะซู รอง ผกก.สส.ภ.จว.ยะลา ,สั่งการให้ พ.ต.ท.โกสินทร์  นรสิงห์ สว.กก.สส.ภ.จว.ยะลา และ ร.ต.ต.ประสบ สิงห์หนู รอง สว.(สส.) กก.สส.ภ.จว.ยะลา  พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดปฏิบัติการสืบสวน 2 ได้ลงพื้นที่บ้านเจาะปูแน หมู่ที่ 1 ต.บาโงยซิแน อ.ยะหา จ.ยะลา

เข้าปิดล้อมตรวจค้น บริเวณขนำหลังบ้านเลขที่ 56 หมู่ที่ 1 ต.บาโงยซิแน สามารถควบคุมตัว นายซากรี บาโง อายุ 30 ปี ที่อยู่ 47 หมู่ที่ 5 บ้านซีเยาะ ต.บาโงยซิแน อ.ยะหา จ.ยะลา พร้อมของกลาง 

1.)อาวุธปืนเล็กยาว M-16 ขนาด 5.56 มม. จำนวน 1 กระบอก
2.)ซองบรรจุกระสุนขนาด 5.56 แบบเหล็ก ขนาดบรรจุ 30 นัด ภายในบรรจุเครื่องกระสุนปืน จำนวน 25 นัด จำนวน 1 ซอง 3).ซองบรรจุกระสุนขนาด 5.56 แบบเหล็ก ขนาดบรรจุ 20 นัด ภายในบรรจุเครื่องกระสุนปืน ซองละ จำนวน 16 นัด จำนวน 3 ซอง
4.)วัตถุระเบิดขว้าง ( M-26 ) จำนวน 1 ลูก
5.กล้อง RED DOT ยี่ห้อ Bushnell จำนวน 1 อัน
6.กล้องส่องทางไกล ไม่ทราบยี่ห้อ จำนวน 1 อัน
7.กล้องส่องทางไกลกลางวันและกลางคืน ยี่ห้อ Night Owl จำนวน 1 อัน
8.ถุงมือผ้า สีดำ จำนวน 1 คู่
9.เปลสนามผ้าร่ม สีดำ จำนวน 1 อัน
10.เปลสนามผ้าร่ม ลายพราง จำนวน 1 อัน
11.โทรศัพท์ ยี่ห้อ Realme รุ่น C25  Sim 1 เครือข่าย AIS , Sim 2 เครือข่าย AIS
12.เครื่องกระสุนปืน ขนาด .380 จำนวน 25 นัด  ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพบของกลาง รายการที่ 1 วางซุกซ่อนไว้บริเวณบนหลังคาของขนำที่เกิดเหตุ ในขณะตรวจค้นจับกุม ของกลางรายการที่ 2 บรรจุอยู่ในของกลางรายการที่ 1 ของกลางรายการที่ 3 วางซุกซ่อนไว้ข้างๆ ของกลางรายการที่ 1 
ของกลางรายการที่ 4 ใส่ไว้ในถุงผ้า ลายเสือ แขวนไว้ข้างๆ ของกลางรายการที่ 1 
ของกลางรายการที่ 5 - 10 วางไว้บริเวณบนขนำที่เกิดเหตุ ของกลางรายการที่ 11 อยู่ในกระเป๋ากางเกง ด้านหน้าข้างขวา ที่ผู้ถูกจับกุมสวมใส่อยู่ ของกลางรายการที่ 12 ซุกซ่อนไว้ในตู้เสื้อผ้า ภายในห้องนอน บ้านเลขที่ 56 หมู่ที่ 1 ต.บาโงยซิแน โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวหาว่า  
1.“มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” 
2.“มีวัตถุระเบิด (ลูกระเบิดขว้าง) ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำผู้ต้องหา พร้อมของกลางส่ง พงส.สภ.ยะหา จ.ยะลา เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป/.
เขียนโดย คนเหมือนชาวบ้าน
15/09/2564
5

+เพิ่มเรื่องราวใหม่

ห้อง :เรื่องราวทั่วไปรายวัน
หนุ่มใหญ่ยะลาเครียดปัญหาส่วนตัว คว้าปืนพกสั้น ปืนลูกซองยาวยิงขึ้นฟ้าและรถยนต์ชาวบ้าน
หนุ่มใหญ่ยะลาเครียดปัญหาส่วนตัว คว้าปืนพกสั้น ปืนลูกซองยาวยิงขึ้นฟ้าและรถยนต์ชาวบ้าน ตร.เจรจานานกว่า 2 ชม.สุดท้าย ยอมมอบตัว

เมื่อวันนี้ 15 ก.ย.64 เวลาประมาณ 11.00 น. พ.ต.อ.ตรัยฤกษ์ ปัญญาไตรรัตน์ ผกก.สภ.เมืองยะลา ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีคนใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้า ใกล้กับ สำนักงานสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลนครยะลา (ติดดับเพลิงฝั่งธนวิถี) ตั้งอยู่ที่ 92 ถ.ธนวิถี เขตเทศบาลนครยะลา อ.เมืองยะลา จ.ยะลา ทำให้ทรัพย์สินในบริเวณดังกล่าวถูกคมกระสุนทำให้ได้รับเสียหายจำนวนหนึ่ง

หลังเกิดเหตุ พ.ต.ท.ธัญ ศิริขันธ์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองยะลา พร้อมด้วย กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฉก.12 ยะลา และฝ่ายปกครอง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุจำนวนหนึ่ง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบว่าเป็นบ้านบริเวณ ถ.ธนวิถี ภายในเขตเทศบาลนครยะลา ซึ่งอยู่ใกล้กับชุดดับเพลิงย่านชุมชนธนวิถี (ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยนครยะลา)เจ้าหน้าที่พบว่า คือ นายสมปอง(นามสมมุติ) ผู้ก่อเหตุ ได้หลบตัวอยู่ภายในบ้านดังกล่าว จึงต้องนำญาติมาพูดคุยเจรจาให้มอบตัว เป็นพี่สาวของผู้ก่อเหตุ ยศพันตำรวจเอกหญิง ต่อมาทราบว่าภายในบ้านมีอาวุธปืนหลายกระบอกและหลายขนาด ซึ่งกว่าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถเจรจาให้สงบสติอารมณ์ได้ ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง ในเบื้องต้นทราบว่าผู้ก่อเหตุเกิดอาการเครียด กับปัญหาภายในครอบครัว หาทางออกไม่ได้ จึงได้คว้าอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม.,อาวุธปืนลูกซองยาว , อาวุธปืนลูกซองสั้น ยิงขึ้นฟ้าและกราดยิงในละแวกดังกล่าว เฉพาะอาวุธปืนลูกซองยาว เจ้าหน้าที่นับได้ 18 นัด และมีเสียงอาวุธปืนพกสั้นเป็นระยะๆ ทำให้ทรัพย์สินของประชาชนโดยรอบได้รับความเสียหาย

ด้านนายซีลาลดีน หะยีอาหวัง อายุ 33 ปี ทำงานดับเพลิงนครยะลา เล่าว่า ครั้งแรกได้ยินเสียงอาวุธปืนดังขึ้น ประมาณ 2-3 นัด ขณะที่ตนเองปฏิบัติงานอยู่ข้างในสำนักงาน ก็ได้เดินออกมาเดินข้างนอก เห็นมีคนถืออาวุธปืนยาวภายในบ้านใกล้สำนักงาน ตนเองและเพื่อนๆร่วมงานจึงไปตั้งหลักที่สถานีดับเพลิงนครยะลา (ธนวิถี)แล้วได้โทรประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองยะลา ให้มาดูตรวจสอบสถานการณ์ ตอนแรกยังไม่ทราบว่ามีอะไรเสียหายอะไรบ้างไหม พอหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมเหตุการณ์เรียบร้อยแล้วพอมาดู ปรากฏว่ารถยนต์ยี่ห้อ Mitsubishi expender มีรอยถูกกระสุนปืนประมาณ 2 จุด โดนกระจกประมาณ 5 จุด จึงได้แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่เรียบร้อยและดำเนินการกับผู้ก่อเหตุต่อไป

#ยะลาทูเดย์
#YalaToDay
เขียนโดย กำลังทหารในพื้นที่
16/09/2564
8

+เพิ่มเรื่องราวใหม่

ห้อง :เรื่องราวทั่วไปรายวัน
ครม.ขยายประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน 3 จังหวัดชายแดนใต้ อีก 3 เดือน ตั้งแต่ 20 กันยายน - 19 ธันวาคม 64
ครม.ขยายประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน 3 จังหวัดชายแดนใต้ อีก 3 เดือน 
ตั้งแต่ 20 กันยายน - 19 ธันวาคม 64

วันที่ 14 ก.ย.64 ที่ทำเนียบรัฐบาล
 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในท้องที่ 


1.จังหวัดนราธิวาส ยกเว้น อำเภอศรีสาคร อำเภอสุไหงโก-ลก และอำเภอสุคิริน

2.จังหวัดยะลา ยกเว้น อำเภอเบตง และอำเภอกาบัง 
3.จังหวัดปัตตานี ยกเว้น อำเภอไม้แก่น และอำเภอแม่ลาน ออกไปอีก 3 เดือน 

มีผลตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน-19 ธันวาคม 2564
เขียนโดย กำลังทหารในพื้นที่
16/09/2564
4

+เพิ่มเรื่องราวใหม่

ห้อง :เรื่องราวทั่วไปรายวัน
แสดงความยินดีกับพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดน โครงการทางยกระดับแยกดอนยาง อ.อำเภอหนองจิก จ.ปัตตานี
แสดงความยินดีกับพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดน 

โครงการทางยกระดับแยกดอนยาง อ.อำเภอหนองจิก จ.ปัตตานี   งบประมาณเงินกู้ 2565 งบประมาณ 450 ล้านบาท กระทรวงคมนาคม  ขอบคุณท่าน ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม  และ ส.ส.อับดุลบาซิม อาบู ภูมิใจไทย เขต 2 ปรึกษาหารือ  เป็นของขวัญล้ำค่า สำหรับคน 3 จังหวัดชายแดน #เดอะหนุ่ย เทรนเนอร์


#ส.ส.ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ
เขียนโดย กำลังทหารในพื้นที่
16/09/2564
10

+เพิ่มเรื่องราวใหม่

ห้อง :เรื่องราวทั่วไปรายวัน
ชายฉกรรจ์ ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นตำรวจได้เข้ามาในพื้นที่บริเวณ ม.3 บ.ปาตาบูดี ต.แหลมโพธิ์ฯ จ.ปัตตานี
ชายฉกรรจ์ ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นตำรวจได้เข้ามาในพื้นที่บริเวณ ม.3 บ.ปาตาบูดี ต.แหลมโพธิ์ฯ จ.ปัตตานี

เมื่อวันที่ 20 ก.ย.64, 0300 ผบ.ร้อบ.ทพ.4202 ได้รับแจ้งจาก นายอันวา เจ๊ะโซ๊ะ กำนันตำบลแหลมโพธิ์ฯ ว่า ได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นตำรวจได้เข้ามาในพื้นที่บริเวณ ม.3 บ.ปาตาบูดี ต.แหลมโพธิ์ฯ โดยมีพฤติกรรมแต่งตัวเลียนแบบคล้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาทำการตรวจค้นกลุ่มวัยรุ่น ภายใน ริมทะเล รีสอร์ท แล้วพยายามรีดไถเงินจากผู้ที่ถูกตรวจค้น หน่วยจึงร่วมกับผู้นำท้องที่ ต.แหลมโพธิ์ฯ เข้าทำการตรวจสอบ พบกลุ่มชายจำนวน 5 คน อยู่ภายใน ริมทะเล รีสอร์ท ม.3 บ.ปาตาบูดี ต.แหลมโพธิ์ฯ จากการตรวจสอบพบว่าไม่ได้เป็น จนท.ตำรวจ ตามที่กล่าวอ้าง จึงทำการตรวจค้นชายกลุ่มดังกล่าวรายละเอียดดังนี้
1.นายสุกรี เจ๊ะโต๊ะ ที่อยู่ 17/2 บ.ตราย ต.จะแน อ.สะบาย้อย จ.สงขลา
2.นายกามี สามะ ที่อยู่ 81 ม.11 ต.โคกโพธิ์ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี
3.นายอุสมาน ยามา ที่อยู่ 49/1 ม.4 ต.บางโกระ  อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี
4.นายมูฮัมหมัดฮาดีมัน หวังพึ่งฉาย ที่อยู่ 60 ถ.โรงอ่าง ต.สะบารัง อ.เมือง จ.ปัตตานี
5.นายบัสมี บากา ที่อยู่10/3 ม.2 บ.วังโอ๊ะ อ.สะบาย้อย จ.สงขลา
ของกลาง พบ 
1.รถยนต์ เก๋ง โตโยต้าวีออส สีบอร์ดเทา ทะเบียน ฆฆ 6037 กทม. (ของ นายมูฮัมหมัดฮาดีมัน หวังพึ่งฉาย)
2.รถยนต์ เก๋ง โตโยต้าวีออส สีบอร์ดเทา ทะเบียน กต. 9456 ปน. (เป็นรถที่ได้มาจากการขู่กรรโชก)
3.เสื้อเกราะกันกระสุน จำนวน 3 ตัว และเครื่อแต่งกาย จนท.
4.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 9 เครื่อง
หน่วยจึงได้ประสาน จนท.ตำรวจ เพื่อดำเนินการทางกฏหมายต่อไป
เขียนโดย กำลังทหารในพื้นที่
20/09/2564
97

+เพิ่มเรื่องราวใหม่

ห้อง :เรื่องราวทั่วไปรายวัน
ขว้างระเบิดมา 3 ลูก ระเบิดประทุ 2 ลูก ด้าน 1 ลูก ใส่ ชคต.บ้านน้ำบ่อ ม.2 ต.บ้านน้ำบ่อ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี
ขว้างระเบิดมา 3 ลูก ระเบิดประทุ 2 ลูก ด้าน 1 ลูก ใส่ ชคต.บ้านน้ำบ่อ ม.2 ต.บ้านน้ำบ่อ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี

รายงานเหตุการณ์
เมื่อ 22 ก.ย. 64, เวลา 19.25 น   ได้รับแจ้ง จาก  จนท.โครง ประจำ ชคต.บ้านน้ำบ่อ  เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้ยานพาหนะ  ไม่ทราบชนิด  ขว้างวัตถุระเบิดใส่ ชคต.บ้านน้ำบ่อ ม.2 ต.บ้านน้ำบ่อ อ.ปะนาเระ จว.ป.น. 

ขว้างระเบิดมา 3 ลูก ระเบิดประทุ 2 ลูก ด้าน 1 ลูก

พิกัด QH _844543 

 ต่อมา ผบ.ร้อย. นำกำลังพลเข้าควบคุมเหตุการณ์  ส่วนกำลังพลบาดเจ็บทราบชื่อ

1. อส.ทพ. ชนะชัย  ยอดทอง (อาการสาหัส)  
2. ส.อ.วิศิษย์ศักดิ์  เทียนแก้ว  มีอาการบาดเจ็บ  หูอื้อ แน่นหน้าอก  (หมอแจ้งกำลังพลที่ รพ.)

เพิ่ม​เติม​ อส.ทพ.ชนะชัย ยอดทอง เสียชีวิตแล้ว

  
เขียนโดย ดำ
22/09/2564
34

+เพิ่มเรื่องราวใหม่

ห้อง :เรื่องราวทั่วไปรายวัน
เจ้าหน้าที่ทหารพราน 47 อยู่วัดสวนแก้ว อ.ยะหา จ.ยะลา ใช้อาวุธปืนพกขนาด 9 มม.ยิงภรรยา,แม่ยาย เสียชีวิต
เรียน ผู้บังคับบัญชา
รายงานเหตุ 241 บ.ไร่เหนือ ม.2 
เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 64 เวลา 22.00 น. นายพีระพัฒน์  อ่อนชาติ (แอน ) อายุ 37 ปี บ้านเลขที่ 43  ม. 2 ต.หนองช้างแล่น อ.ห้วยยอด จ.ตรัง

เป็นเจ้าหน้าที่ทหารพราน 47 อยู่วัดสวนแก้ว อ.ยะหา จ.ยะลา ใช้อาวุธปืนพกขนาด 9 มม.ยิงภรรยา,แม่ยาย เสียชีวิต และเด็กบาดเจ็บ ดังนี้

 1.1. นางจุฑามาศ  ศรีบาง  อายุ 39 ปี ภรรยาถูกยิงบริเวณศีรษะ จำนวน 2 นัด (เสียชีวิต)
 1.2. นางเรียม  ศรีบาง อายุ 59 ปี แม่ยายถูกยิงบริเวณศีรษะ จำนวน 2 นัด(เสียชีวิต)
 1.3. นส.อ้อม  ฯ อายุ 17 ปี ถูกยิงที่แขน จำนวน 1 นัด ได้รับบาดเจ็บกู้ภัยนำส่ง รพ.สะบ้าย้อย
2. เหตุเกิด บ้านเลขที่ 9/27 ม.2 บ.ไร่เหนือ ต.บาโหย อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา พิกัด QH 120079 พบปลอกกระสุนขนาด 9 มม. 5 ปลอกพร้อมกระสุน 1 นัด
3. พฤติกรรมก่อนเกิดเหตุได้ทะเลาะมีปากเสียงกัน
4. หลังก่อเหตุได้นำรถเก๋งโตโยต้าวีออส สีขาว ป้ายทะเบียน กร. 4446 สงขลา หลบหนีและรถได้เสียหลักพลิกตกถนนบริเวณหน้าวัดบาโหย จากนั้นนายแอนได้ใช้อาวุธปืน M. 16 ยิงขู่จำนวน 1  นัดพร้อมจี้รถจักรยานยนต์ของประชาชนบังคับให้พาหลบหนี
  จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
เขียนโดย ดำ
24/09/2564
6

+เพิ่มเรื่องราวใหม่

ห้อง :เรื่องราวทั่วไปรายวัน
คนร้ายยิงพลทหารกองประจำการสังกัด ช.พัน.5 มีแผลบริเวณ ศรีษะ บาดเจ็บสาหัส
คนร้ายยิงพลทหารกองประจำการสังกัด ช.พัน.5 มีแผลบริเวณ ศรีษะ บาดเจ็บสาหัส

วันที่  24 ก.ย.64 เวลา 16.40 น. สภ.ตากใบ ได้รับแจ้งเหตุ มีคนร้ายไม่ทราบชื่อและจำนวนใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ยิงนาย ซูลฟา กาเร็ง พลทหารกองประจำการสังกัด ช.พัน.5 มีแผลบริเวณ ศรีษะ บาดเจ็บสาหัส อายุ 24 ปี ในพื้นที่ ม.1 บ.สะหริ่ง ต.โฆษิต  อ.ตากใบ  จ.นราธิวาส  ถูกนำตัวส่ง รพ.ตากใบ รายละเอียดเพิ่มเติมอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนและตรวจสอบ

เหตุเกิด บนถนนสายตากใบ-สุไหงโกลก ต.โฆษิต อ.ตากใบ จว.นราธิวาส


พื้นที่รับผิดชอบ สภ.ตากใบ จว.นราธิวาส โทร 073-581-194 
รอง สว.(สอบสวน) ร.ต.ท.ทักษิณ งามวงษ์ โทร 098-6478964
พ.ต.อ.สุทธาเวชช์ ธารีไทย ผกก.สภ.ตากใบ  โทร 084-840-1851
ศูนย์วิทยุสื่อสารและเฝ้าฟัง ศปก.ตร.สน. โทร. 073-203-690-1 
เขียนโดย ขาวดำ
24/09/2564


Story in the three southern border provinces