44

+เพิ่มเรื่องราวใหม่

ห้อง :������������������������������������������������������������������������������������������������������������
กองกำลังไม่ทราบฝ่ายบุกถล่มและขว้างระเบิดใส่จุดตรวจปาดี 3 ลูก อส.และตำรวจเจ็บ 2 ชาวบ้านถูกลูกหลงเจ็บ 3
กองกำลังไม่ทราบฝ่ายบุกถล่มและขว้างระเบิดใส่จุดตรวจปาดี 3 ลูก อส.และตำรวจเจ็บ 2 ชาวบ้านถูกลูกหลงเจ็บ 3

            เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 1 ต.ค. 64 พ.ต.อ.อาภากร วิรุปักษ์อารักษ์ ผกก.สภ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส นายปรีชา นวลน้อย ปลัด จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง ร่วมเดินทางตรวจสอบเหตุกองกำลังใช้อาวุธปืนสงครามและระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์ บุกโจมตีจุดตรวจ 3 ฝ่าย ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนจารุเสถียร เขตเทศบาลตำบลปะลุรู อ.สุไหงปาดี ส่งผลทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและ อส.บาดเจ็บ 2 นาย แถมมีชาวบ้านถูกลูกหลงบาดเจ็บอีก 3 คน เหตุเกิดในช่วงคืนที่ผ่านมา เวลา 19.30 น. แต่เจ้าหน้าที่ไม่กล้าเดินทางเข้าตรวจสอบ เกรงกองกำลังจะวางแผนลวงดักสังหารเจ้าหน้าที่

                เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์ ที่อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ตกอยู่ที่กองทรายตรงข้ามกับจุดตรวจ 1 ลูก เจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการเก็บกู้เอาไว้ได้ พร้อมด้วยสลักนิรภัยจำนวน 3 อัน ก่อนที่จะตรวจสอบจุดตรวจ พบที่บริเวณริมถนนหน้าจุดตรวจมีร่องรอยของระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์ ที่กองกำลังขว้างใส่จุดตรวจ 3 ลูก ตกจนพื้นที่ถนนเป็นรูโหว่ และบริเวณกำแพงจุดตรวจมีร่องรอยของกระสุนปืนเอ็ม.16 และอา.ก้า.รวมทั้งสะเก็ดระเบิดพรุนทั้งแถบ ส่วนบริเวณหอคอยมีร่องรอยถูกกระสุนปืนของกองกำลังจนพรุนเช่นกัน เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวหลักฐานในที่เกิดเหตุ

                นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบบ้านพักของชาวบ้านที่ปลูกสร้างอยู่ด้านซ้ายมือของจุดตรวจและด้านหลังของจุดตรวจ พบว่าฝาผนังและกระจกหน้าต่างที่อยู่ด้านหน้าของบ้านพักแตก และมีกองเลือดจำนวนหนึ่งเจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

                ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบจุดที่ 2 ซึ่งห่างจากจุดแรกประมาณ 3 ก.ม. ซึ่งเป็นถนนพาดทางรถไฟ พบเสาเตือนสัญญาณรถไฟหักโคน 1 ต้น และมีร่องรอยของระเบิดแสวงเครื่องที่กองกำลังประกอบใส่ไว้ในท่อแปปเหล็กทรงกลม หนัก 5 ก.ม.จุดชนวนด้วนวิทยุสื่อสาร ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

                จากการสอบสวนทราบว่า ในขณะที่เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครอง 4 นาย กำลังอาศัยอยู่ในจุดตรวจ ได้มีกองกำลังประมาณ 8 คน พร้อมอาวุธปืนครบมือ ได้แฝงตัวมาทางป่าตรวจข้ามจุดตรวจ โดยอาศัยก้อนทรายเป็นที่กำบัง ใช้อาวุธปืนสงครามยิงใส่หอคอยและเข้าไปในจุดตรวจจำนวนหลายชุด เจ้าหน้าที่ทั้ง 4 นาย ที่อยู่ในจุดตรวจได้ใช้บังเกอร์ปูนหน้าจุดตรวจเป็นที่กำบัง ใช้อาวุธปืนประจำกายยิงปะทะตอบโต้ใส่กลุ่มกองกำลัง กลุ่มกองกำลังใช้กลยุทธ์ยิงอาวุธปืนเข้าใส่สลับกับขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ แต่โชคดีหน้าฐานเจ้าหน้าที่ได้ทำการขึงตาข่ายไว้ ทำให้ระเบิดไปป์บอมบ์ล่วงตกที่บริเวณฐานของตาข่ายริมถนน จนการปะทะผ่านไปประมาณ 10 นาที


                เมื่อ ร.ท.วิรุจ นพรัตน์ ผบ.ร้อย ทพ.4814 ซึ่งตั้งฐานอยู่วัดโต๊ะเด็ง ได้รับการขอสนับสนุนเพื่อช่วยเหลือที่จุดตรวจ จึงได้นำกำลัง 1 ชป. นั่งรถยนต์หุ้มเกราะวีว่าออกจากฐาน เมื่อถึงบริเวณถนนพาดทางรถไฟ กองกำลังที่ดักซุ่มอยู่ในมุมมืดได้ใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวนระเบิดที่นำไปผูกติดไว้กับเสาสัญญาณเตือนรถไฟ จนเกิดระเบิดขึ้นแต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ จึงได้เดินทางไปสนับสนุนที่จุดตรวจ กลุ่มกองกำลังเห็นดังนั้นจึงได้พากันนำกำลังล่าถอยไป

                ต่อมาเมื่อเสียงปืนสงบลงเจ้าหน้าที่ได้เครียร์พื้นที่ พบว่า นายหมู่โทมะนาวี กอเดร์ 37 ปี ซึ่งประจำที่จุดตรวจถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยที่คิ้วขวา และ ส.ต.ต.กิตติศักดิ์ ปาหิน 21 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณซี่โครงขวา จำนวน 2 จุดและมีอาหารแน่นหน้าอกหูอื้อ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้เข้าเครียร์บ้านเรือนของชาวบ้านที่อยู่ด้านข้างและด้านหลังของจุดตรวจ พบมีชาวบ้านถูกสะเก็ดกระจกของหน้าต่างได้รับบาดเจ็บอีก 3 คน คือ น.ส.ภัทราวดี พรมชื่น 37 ปี ด.ญ.รวิดา พรมชื่น 1 ขวบ และนายเฉลิมพล พื้นผา 34 ปี จึงได้ช่วยกันนำผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 5 ราย ส่งรักษาที่โรงพยาบาลสุไหงปาดี อย่างเร่งด่วน

                ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อวางแผนดักสังหารเจ้าหน้าที่รายวัน

เขียนโดย คนดำจริงใจ
02/10/2564
47

+เพิ่มเรื่องราวใหม่

ห้อง :������������������������������������������������������������������������������������������������������������
ลอบวางระเบิดชุดทหารพราน ฉก.ทพ.30 ขณะออก บ้านเงาะกาโป ม.3 ต.เขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา จว.ยะลา
ลอบวางระเบิดชุดทหารพราน ฉก.ทพ.30 ขณะออก บ้านเงาะกาโป ม.3   ต.เขื่อนบางลาง  อ.บันนังสตา  จว.ยะลา 


รายงานเหตุเบื้องต้น 
เหตุ 511

เมื่อ 03 ต.ค. 64 เวลา 10.20 น. สภ.บันนังสตา รับแจ้งเหตุ  คนร้ายไม่ทราบชื่อและจำนวน ลอบวางระเบิด จนท.ทหาร ฉก.ทพ.30 ขณะออก ลว.พิสูจน์ทราบ จุดลอบผากล้องวงจรปิด 

ทำให้ จนท.ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 นาย (ยังไม่ทราบชื่อ) สาหัส 1 นาย  เหตุเกิดบริเวณ เส้นทาง  บ้านเงาะกาโป ม.3   ต.เขื่อนบางลาง  อ.บันนังสตา  จว.ยะลา ห่างจากจุดเผากล้องวงจรปิด ประมาณ 2 กิโลเมตร  รายละเอียดเพิ่มเติมอยู่ระหว่างเข้าตรวจสอบ


พื้นที่รับผิดชอบ สภ.บันนังสตา จว.ยะลา โทร. 073-289-384
ร.ต.อ.ซุลกิฟลี ระเซาะ  รอง สว.(สอบสวน) โทร. 087-383-7554 
พ.ต.อ.ธีรพจน์  ยินดี  ผกก.สภ.บันนังสตา              โทร. 087-475-3126
ศูนย์วิทยุสื่อสารและเฝ้าฟัง ศปก.ตร. โทร. 073-203-690-1
เขียนโดย ขาวดำ
03/10/2564
2

+เพิ่มเรื่องราวใหม่

ห้อง :������������������������������������������������������������������������������������������������������������
เลือกตั้งนราธิวาสดุเดือด คนร้ายไม่ทราบฝ่ายและจำนวนลอบวางระเบิดทหารพรานชุดตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้ง นายกอบต. ปี 2564
วันนี้ (28 พ.ย.) เมื่อเวลา 13.30 น. เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดทหารพรานขณะเดินทางกลับจากการตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้ง อบต. ในพื้นที่ ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว ทราบชื่อ

1.ร.อ.ยุทธศักดิ์ ขาวสุวรรณ ตำแหน่ง ผบ.ร้อย.ทพ.4902 อาการมีแผลขนาด 3 ซม. บริเวณหางคิ้วด้านช้ายและตาซ้ายบวมเล็กน้อย

2.อส.ทพ.ภาคภูมิ สิทธิรักษ์ ตำแหน่ง พลปืนเล็ก มีอาการหูอื้อ 

3. อส.ทพ.นุรอีมัน กูบอซู ตำแหน่ง พลปืนเล็ก มีอาการอาการหูอื้อ ทั้งหมดถูกนำส่งโรงพยาบาลจะแนะ

 ลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่ ร.อ.ยุทธศักดิ์ ขาวสุวรรณ หัวหน้าชุดลาดตระเวน ร้อย ทพ.4920 นำกำลังรักษาความสงบหน่วยเลือกตั้งสมาชิก อบต. ในพื้นที่ ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส เดินทางกลับจากการเยี่ยมหน่วยเลือกตั้ง ขณะเดินทางระหว่างบ้านกาเตาะ-บ้านน้ำหอม ต.ดุซงญอ คนร้ายไม่ทราบฝ่ายและจำนวนได้วางระเบิดแสวงเครื่องรอมถนนสายดังกล่าว แรงระเบิดทำให้รถยนต์ได้รับความเสียหายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 

เขียนโดย ชุดดำลานพราน
28/11/2564


Story in the three southern border provinces