62

+เพิ่มเรื่องราวใหม่

ห้อง :���������������������������������������������������������
Sejarah Patani EP.1 พญาอินทิราศรีมหาวังศา Phaya Inthira sri maha wangsa
Sejarah Patani EP.1 พญาอินทิราศรีมหาวังศา Phaya Inthira sri maha wangsa

#Sagara  Sang

บอกชาวต่างชาติไปว่า "ที่จริง พญาอินทิราศรีมหาวังศา Phaya Inthira sri maha wangsa ไม่ได้เป็นโรคเรื้อนแล้วมีหมอจากปาไซอาเจะห์ มารักษาหาย ซะทีเดียว แล้วจึงตอบรับเข้าอิสลาม แท้ที่จริงแล้ว เป็นเพราะ" 


1. ชาวมลายูปาตานีที่อาศัยอยู่ตามชายฝั่ง (orang pesisir) ล้วนเป็นมุสลิมแล้ว ในขณะที่ชาวพระนครโกตามะลิฆัยยืมรัม ยังคงเป็นพุทธ

2. ชาวพระนครโกตามะลิฆัยยืมรัมที่เป็นพุทธ เริ่มอพยพย้ายถิ่นไปสู่ชายฝั่ง และเริ่มเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม เพราะชุมชนมลายูมุสลิมชายฝั่งมีระบบการค้า และเป็นอิสระชน ส่งผลให้ประชากรในเขตพระนครลดจำนวนลงมาก

3. ชุมชนมุสลิมชายทะเลเริ่มขยายตัวใหญ่ขึ้น โดยเฉพาะที่ตันหยงลูโละและกรือเซะ ที่มีหัวหน้าชุมชนชื่อ เปาะตานี 
4. ราชาและขุนนางแห่งเมืองสาย เข้ารับอิสลามแล้ว และอาจขยายอิทธิพลมาตามชายฝั่งจนถึงปากน้ำตานี

5. เหล่าแว่นแคว้น อาณาจักร มลายูและชวาในนุสันตารา เริ่มตอบรับอิสลามและรับเอาระบอบการปกครองที่อิงหลักการอิสลาม (ระบบสุลต่าน) มาใช้ และเกิดเรื่องในพระนครเมื่อ โต๊ะกาสอ เปงฮูลูท่านหนึ่ง เชิญชวนชาวมลายูพุทธพระนครสู่ศาสนาอิสลาม จนโดนประหาร

6. มลายูก้อต้องเหมือนมลายูถึงจะเข้มแข็ง เพราะปาตานีคือเมืองหน้าด่านกับโลกสยามและขแมร์ ซึ่งเป็นกระแสชาติพันธ์ร่วมบนคาบสมุทร

7. อิสลามมาพร้อมกับระบบการค้าที่เป็นธรรมและเห็นถึงความมั่งคั่ง ระบอบการปกครองที่ไม่ได้อิงนักบวชและโหราศาสตร์มากจนเกินไป ที่กษัตริย์เป็นประมุขศาสนาและการปกครองพร้อมกันได้(ขณะนั้น) เครือข่ายความเข้มแข็งผ่านระบบการเมืองภูมิภาค และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

8......พระองค์เป็นโรคเรื้อน รักษาอย่างไรก็ไม่หาย จนมีอุลามาอ์ชาวปาไซมาทำการรักษาถึงสามครั้ง และได้ทำสัญญากัน และเข้ารับอิสลามเอ่ยยยยยยย
 
เขียนโดย จุดสำคัญ
10/10/2564
30

+เพิ่มเรื่องราวใหม่

ห้อง :���������������������������������������������������������
Sejarah Patani EP.2 หลังจากที่พญาอินทิรา ศรีมหาวังสา เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม (ต่อจาก EP.1)
Sejarah Patani EP.2 หลังจากที่พญาอินทิรา ศรีมหาวังสา เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม(ต่อจาก EP.1)

#Sagara  Sang

        หลังจากที่พญาอินทิรา ศรีมหาวังสา เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามและใช้พระนามใหม่ว่า อิสมาแอล บรรดาโอรสและธิดา ตลอดจนวงศาคนาญาติและเหล่าอำมาตย์มนตรีทั้งปวงก็เข้ารับนับถืออิสลามตามพระองค์ทั้งสิ้น การเข้ารับนับถือในศาสนาใหม่นี้นับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่สำหรับอาณาจักรของประองค์ที่จำเป็นต้องมีการจัดการใหม่ ดังจะนำเสนอดังนี้


        1. พระองค์ใช้คำขานพระนาม (nama kebesaran diraja) สุลต่านและชาห์ ในชื่อเดียวกัน คือ สุลต่านอิสมาแอลชาห์ ทั้งๆที่คำว่าสุลต่านและชาห์มีความหมายเดียวกัน แปลว่า พระมหากษัตริย์ แต่สุลต่านเป็นภาษาอาหรับ ชาห์เป็นภาษาเปอร์เซีย ด้วยเหตูนี้ มุสลิมอาหรับและมุสลิมเปอร์เซียจึงสามารถอยู่ร่วมกันได้ในแผ่นดินปาตานีและมีข้อขัดแย้งกันน้อยมาก นับว่าเป้นแผนปรองดองและเอาใจมุสลิมทั้งสองกลุ่มได้ดี (ภายหลังมุสลิมสายเปอร์เซียเริ่มออกห่างจากปาตานีในสมัยรายาฮีเยา เนื่องจากพวกเขาคิดว่ารายาฮีเยาให้ความสำคัญกับมุสลิมสายเยเมนมากกว่า สุดท้ายพวกเขามีที่พำนักใหม่ที่ดีกว่า นั้นก้อคือ อยุธยา)

        2. พระองค์ดำริที่จะสร้างศาสนสถานอิสลาม แต่จะสร้างมาในรูปแบบตะวันออกกลาง เพราะพระองค์ทรงเลื่อมใสและสนใจในการนำเสนอของแซะห์สาอิดเป็นอย่างมาก และต้องการสร้างความยิ่งใหญ่เหนือเมืองมลายูอื่นๆบนคาบสมุทร และจะเป็นการสร้างความจงรักภักดีของพสกนิกรปาตานีที่ยังยึดติดกับเปาะตานีอยู่แต่เดิม ดำริเดิมมัสยิดนั้น พระองค์ต้องการสร้างด้วยหินอ่อนแบบอับบาสียะห์ จึงมีการเกณฑ์ทหารเพื่อทำการตัดหินที่เขาบือซา(บริเวณบ้านทรายขาวไปถึงยะหา) แต่ถึงกระนั้น ก้อสร้างไม่ได้ เนื่องด้วยลักษณะหินที่ต่างกันและชาวปาตานีไม่มีความรู้ในการสลักหินสร้างอาคาร

        3.พระองค์ส่งธิดาที่ชื่อว่า อาอีซะห์ อภิเษกสมรสกับ รายาจาลาล ผู้ปกครองเมืองสาย (พระองค์มีโอรส 2 องค์ และธิดา 1 องค์และเป็นองค์กลาง) ทำไมจึงต้องดองเครือญาติกับเมืองสายนั้น
เขียนโดย จุดสำคัญ
10/10/2564
9

+เพิ่มเรื่องราวใหม่

ห้อง :���������������������������������������������������������
วิลเลี่ยม คาเมร่อนซึ่งเป็นนักสำรวจทาง ธรณีวิทยาประจำบริติชมลายาได้มายังปาตานี
วิลเลี่ยม คาเมร่อนซึ่งเป็นนักสำรวจทาง
ธรณีวิทยาประจำบริติชมลายาได้มายังปาตานี

ใน 1883 คาเมร่อนได้กล่าวถึงวังของเติงกู อับดุลกอเดร์ซึ่งยังอยู่ในวัยหนุ่มว่า
"วังของรายาซึ่งเป็นอาคารชั้นเดียว ก่ออิฐและฉาบทับด้วยปูนนั้นถูกสร้างอย่างสวยงาม ตั้งอยู่ห่างจากแม่น้ำราวหนึ่งเฟอร์ลอง หลังคาปูด้วย


กระเบื้องคล้ายกับศิลปะสยามซึ่งได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมจีนอีกทอดหนึ่ง ภายในวังประกอบด้วยโถงโล่งและกว้าง มีระเบียงที่แบ่งออกเป็นสองแนวทั้งด้านข้างสอง
ด้านและด้านหน้า พื้นส่วนที่อยู่ด้านในยกขึ้นสูงกว่าส่วนด้านนอก กระเบื้องปูพื้นเป็นกระเบื้องแผ่นใหญ่ขัดมันอย่างดี ส่วนหลังคาของวังนั้นถูก
หนุนด้วยเสาขนาดใหญ่หลายต้นทำให้วังของพระองค์ดูยิ่งใหญ่อลังการ โถงกว้างนี้เป็นสถานที่รายาทรงต้อนรับ
ราชอาคันตุกะ ทั้งยังเป็นสถานที่ที่พระองค์ทรงตัดสินความต่างๆ ถัดจากส่วนโถงนี้คือเขตพื้นที่ส่วนพระองค์โดยมีผนังตั้งแต่พื้นถึงส่วนหลังคา บนผนังนี้มีการสลักลายงดงามวิจิตร 

รายาผู้ยังทรงหนุ่มมีพระบุคลิกที่งดงาม มีพระราชดำริที่ทันสมัย พระองค์ทรงบริหารบ้านเมืองด้วยพระปรีชาสามารถ"

Cameron, W. 1883. “On the Patani” Journal of the Straits Branch of the Royal Asiatic Society. 11 (June), หน้า 125


ภาพ: จุรีรัตน์ บัวแก้ว. 2540. วัง 7 หัวเมืองปัตตานี: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์


 cr: #เฟสบุค :Roze haree
เขียนโดย ทหารพรานที่ 47
18/11/2564


Story in the three southern border provinces