Patani Story

กองกำลังไม่ทราบฝ่ายบุกถล่มและขว้างระเบิดใส่จุดตรวจปาดี 3 ลูก อส.และตำรวจเจ็บ 2 ชาวบ้านถูกลูกหลงเจ็บ 3

ห้อง : เรื่องราวการบาดเจ็บของเจ้าหน้าที่รัฐ




กองกำลังไม่ทราบฝ่ายบุกถล่มและขว้างระเบิดใส่จุดตรวจปาดี 3 ลูก อส.และตำรวจเจ็บ 2 ชาวบ้านถูกลูกหลงเจ็บ 3

            เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 1 ต.ค. 64 พ.ต.อ.อาภากร วิรุปักษ์อารักษ์ ผกก.สภ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส นายปรีชา นวลน้อย ปลัด จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง ร่วมเดินทางตรวจสอบเหตุกองกำลังใช้อาวุธปืนสงครามและระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์ บุกโจมตีจุดตรวจ 3 ฝ่าย ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนจารุเสถียร เขตเทศบาลตำบลปะลุรู อ.สุไหงปาดี ส่งผลทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและ อส.บาดเจ็บ 2 นาย แถมมีชาวบ้านถูกลูกหลงบาดเจ็บอีก 3 คน เหตุเกิดในช่วงคืนที่ผ่านมา เวลา 19.30 น. แต่เจ้าหน้าที่ไม่กล้าเดินทางเข้าตรวจสอบ เกรงกองกำลังจะวางแผนลวงดักสังหารเจ้าหน้าที่

                เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์ ที่อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ตกอยู่ที่กองทรายตรงข้ามกับจุดตรวจ 1 ลูก เจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการเก็บกู้เอาไว้ได้ พร้อมด้วยสลักนิรภัยจำนวน 3 อัน ก่อนที่จะตรวจสอบจุดตรวจ พบที่บริเวณริมถนนหน้าจุดตรวจมีร่องรอยของระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์ ที่กองกำลังขว้างใส่จุดตรวจ 3 ลูก ตกจนพื้นที่ถนนเป็นรูโหว่ และบริเวณกำแพงจุดตรวจมีร่องรอยของกระสุนปืนเอ็ม.16 และอา.ก้า.รวมทั้งสะเก็ดระเบิดพรุนทั้งแถบ ส่วนบริเวณหอคอยมีร่องรอยถูกกระสุนปืนของกองกำลังจนพรุนเช่นกัน เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวหลักฐานในที่เกิดเหตุ

                นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบบ้านพักของชาวบ้านที่ปลูกสร้างอยู่ด้านซ้ายมือของจุดตรวจและด้านหลังของจุดตรวจ พบว่าฝาผนังและกระจกหน้าต่างที่อยู่ด้านหน้าของบ้านพักแตก และมีกองเลือดจำนวนหนึ่งเจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

                ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบจุดที่ 2 ซึ่งห่างจากจุดแรกประมาณ 3 ก.ม. ซึ่งเป็นถนนพาดทางรถไฟ พบเสาเตือนสัญญาณรถไฟหักโคน 1 ต้น และมีร่องรอยของระเบิดแสวงเครื่องที่กองกำลังประกอบใส่ไว้ในท่อแปปเหล็กทรงกลม หนัก 5 ก.ม.จุดชนวนด้วนวิทยุสื่อสาร ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

                จากการสอบสวนทราบว่า ในขณะที่เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครอง 4 นาย กำลังอาศัยอยู่ในจุดตรวจ ได้มีกองกำลังประมาณ 8 คน พร้อมอาวุธปืนครบมือ ได้แฝงตัวมาทางป่าตรวจข้ามจุดตรวจ โดยอาศัยก้อนทรายเป็นที่กำบัง ใช้อาวุธปืนสงครามยิงใส่หอคอยและเข้าไปในจุดตรวจจำนวนหลายชุด เจ้าหน้าที่ทั้ง 4 นาย ที่อยู่ในจุดตรวจได้ใช้บังเกอร์ปูนหน้าจุดตรวจเป็นที่กำบัง ใช้อาวุธปืนประจำกายยิงปะทะตอบโต้ใส่กลุ่มกองกำลัง กลุ่มกองกำลังใช้กลยุทธ์ยิงอาวุธปืนเข้าใส่สลับกับขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ แต่โชคดีหน้าฐานเจ้าหน้าที่ได้ทำการขึงตาข่ายไว้ ทำให้ระเบิดไปป์บอมบ์ล่วงตกที่บริเวณฐานของตาข่ายริมถนน จนการปะทะผ่านไปประมาณ 10 นาที


                เมื่อ ร.ท.วิรุจ นพรัตน์ ผบ.ร้อย ทพ.4814 ซึ่งตั้งฐานอยู่วัดโต๊ะเด็ง ได้รับการขอสนับสนุนเพื่อช่วยเหลือที่จุดตรวจ จึงได้นำกำลัง 1 ชป. นั่งรถยนต์หุ้มเกราะวีว่าออกจากฐาน เมื่อถึงบริเวณถนนพาดทางรถไฟ กองกำลังที่ดักซุ่มอยู่ในมุมมืดได้ใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวนระเบิดที่นำไปผูกติดไว้กับเสาสัญญาณเตือนรถไฟ จนเกิดระเบิดขึ้นแต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ จึงได้เดินทางไปสนับสนุนที่จุดตรวจ กลุ่มกองกำลังเห็นดังนั้นจึงได้พากันนำกำลังล่าถอยไป

                ต่อมาเมื่อเสียงปืนสงบลงเจ้าหน้าที่ได้เครียร์พื้นที่ พบว่า นายหมู่โทมะนาวี กอเดร์ 37 ปี ซึ่งประจำที่จุดตรวจถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยที่คิ้วขวา และ ส.ต.ต.กิตติศักดิ์ ปาหิน 21 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณซี่โครงขวา จำนวน 2 จุดและมีอาหารแน่นหน้าอกหูอื้อ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้เข้าเครียร์บ้านเรือนของชาวบ้านที่อยู่ด้านข้างและด้านหลังของจุดตรวจ พบมีชาวบ้านถูกสะเก็ดกระจกของหน้าต่างได้รับบาดเจ็บอีก 3 คน คือ น.ส.ภัทราวดี พรมชื่น 37 ปี ด.ญ.รวิดา พรมชื่น 1 ขวบ และนายเฉลิมพล พื้นผา 34 ปี จึงได้ช่วยกันนำผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 5 ราย ส่งรักษาที่โรงพยาบาลสุไหงปาดี อย่างเร่งด่วน

                ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อวางแผนดักสังหารเจ้าหน้าที่รายวัน




โดยคุณ : คนดำจริงใจ
02/10/2021 , ยอดการเข้าชม 29 ครั้ง


Story in the three southern border provinces