37

+เพิ่มเรื่องราวใหม่


ผู้ป่วยรพ.ยะลา กระโดดจากตึกในโรงพยาบาลชั้น9 เสียชีวิต ผู้ป่วยเครียด โดดตึก 10 ชั้น ทำให้เสียชีวิตทันทีหลังตรวจ PCR เนื่องจากผู้เสียชีวิตอยู่ในพื้นที่ตำบลสะเตงนอก ซึ่งเป็นพื้นที่แพร่ระบาดโควิด19
ผู้ป่วยรพ.ยะลา  กระโดดจากตึกในโรงพยาบาลชั้น9 เสียชีวิต ผู้ป่วยเครียด โดดตึก 10 ชั้น  ทำให้เสียชีวิตทันทีหลังตรวจ PCR เนื่องจากผู้เสียชีวิตอยู่ในพื้นที่ตำบลสะเตงนอก ซึ่งเป็นพื้นที่แพร่ระบาดโควิด19
 
เหตุเศร้าสลดดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลาประมาณ 17.00 น. ที่ผ่านมา ในขณะที่นายทินกร ริกันต์  อายุ 44 ปี  ชาวจังหวัดยะลา ซึ่งเดินทางมายังโรงพยาบาลยะลาตั้งแต่เมื่อช่วงบ่าย เพื่อพบแพทย์ หลังจากมีอาการไอ  ได้แอบขึ้นลิฟท์ของตึกอุบัติเหตุ โรงพยาบาลยะลา ไปยังชั้น 10  และได้เดินไปยังระเบียงด้านหน้า ก่อนที่จะปีนระเบียงแล้วกระโดดลงไปชั้นล่าง ทำให้เสียชีวิตทันที ซึ่งหลังเกิดเหตุ ทางแพทย์ และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลยะลา ต้องสวมชุด พีพีอี เพื่อเข้าตรวจสอบสภาพศพ
 
โดยขณะเกิดเหตุได้มีพยาบาล และผู้ช่วยพยาบาล ที่บริเวณชั้น 10 สังเกตเห็นความผิดปกติของชายคนดังกล่าว จึงได้สอบถามแต่ไม่ได้รับคำตอบ และชายรายนี้ได้เดินไปยังระเบียง พยาบาลและผู้ช่วยพยาบาล จึงได้รีบวิ่งไปเพื่อที่จะห้าม แต่ก็ห้ามไม่ทัน
 

พยาบาลที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า เห็นคนไข้เดินมาจากลิฟท์โควิด แล้วมีอาการเหมือนคุ้มคลั่งสติแตกไม่รับฟังอะไรแล้ว เดินลิ่วตรงไปที่ระเบียงเลย แล้วกระโดดลงไปเลย โดยที่ว่ามีน้องสองคนรออยู่หน้าลิฟท์ ก็ห้ามไม่ทันแล้ว วิ่งเข้าไปจับไม่ทัน

 
ด้านนพ.อินทร์ จันแดง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยะลา บอกว่า สำหรับ คนไข้รายนี้ เดินทางมายังโรงพยาบาลเมื่อช่วงประมาณบ่ายสามที่ผ่านมา ด้วยอาการไอ ได้ประมาณ 2-3 วัน โดยทางแพทย์ได้ให้นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล แต่คนไข้ปฎิเสธ ยืนยันจะขอกลับไปรักษาตัวที่บ้าน ซึ่งทางญาติที่นำตัวมาพยายามเกลี้ยกล่อมอย่างไร ก็ไม่ยอม สุดท้ายก็คือเซ็นไม่ประสงค์จะอยู่ ก็คือขอกลับบ้าน ก็เลยได้กลับ คิดว่าได้กลับบ้านแล้ว แต่สุดท้ายคนไข้ก็เดินขึ้นลิฟท์ขึ้นไปชั้น 10 แล้วก็กระโดดตึก
 
มีรายงานว่า สำหรับนายทินกร ริกันต์   ผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจ ATK แล้ว และไม่พบเชื้อ แต่อย่างไรก็ตาม จะต้องตรวจ PCR เนื่องจากผู้เสียชีวิตอยู่ในพื้นที่ตำบลสะเตงนอก ซึ่งเป็นพื้นที่แพร่ระบาดโควิด19  ซึ่งในเบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุว่า เหตุใดผู้เสียชีวิตจึงตัดสินใจคิดสั้นดังกล่าว
28/09/2564
42

+เพิ่มเรื่องราวใหม่


เกิดเหตุปะทะกับกลุ่มกระบวนการ BRN บ้านฮูแตยือลอ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1 ราย
เกิดเหตุปะทะกับกลุ่มกระบวนการ BRN บ้านฮูแตยือลอ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1 ราย

วันนี้ (28/09/64) เวลา 11.30 น. เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย ทำการปิดล้อมตรวจค้น และเกิดการปะทะกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ จำนวน 5 – 6 ราย ที่เคลื่อนไหวในพื้นที่บ้านฮูแตยือลอ หมู่ที่ 6 ต.บาเระใต้ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ในเบื้องต้นมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมาทราบ ชื่อ อส.ทพ.วัฏจักร
พรหมนุ้ย และมีกลุ่มคนร้าย เสียชีวิต 1 ราย ยังไม่ทราบชื่อ คาดว่าเป็นกลุ่มของนายรอมือลี กาแจกาซอ รายละเอียดเพิ่มเติมจะแจ้งอีกครั้งต่อไป

เหตุเกิดพื้นที่บ้านฮูแตยือลอ หมู่ที่ 6 ต.บาเระใต้ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส


และเวลา 14.00 น.พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รอง ผบช.ภ.9
พล.ต.ต.อรรถวุฒิ อ่อนทรัพย์
ผบก.สส.จชต.
พ.ต.อ.สุธน สุขวิเศษ
รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส
พ.ต.อ.ดุลยมาน แยนา
ผกก.สภ.บาเจาะ
พ.ต.อ.วรงค์ เกิดสวัสดิ์
ผกก.สภ.ยี่งอ
พร้อม หน่วยที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุปิดล้อมบุคคลตามหมายฯ ในพื้นที่ บ้านฮูแตยือลอ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส และมีเหตุปะทะ ในพื้นที่ บ้านฮูแตยือลอ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส
28/09/2564
34

+เพิ่มเรื่องราวใหม่


สะพานคอนกรีตเข้าหมู่บ้าน หักถล่มกลางลำคลอง ในพื้นที่ ม.2 บ้านกือลอง ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จ.ยะลา ชาวบ้าน 600 หลังคาเรือนเดือนร้อน
สะพานคอนกรีตเข้าหมู่บ้าน หักถล่มกลางลำคลอง ในพื้นที่ ม.2 บ้านกือลอง ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จ.ยะลา ชาวบ้าน 600 หลังคาเรือนเดือนร้อน 

เมื่อวันนี้ 27 ก.ย.64 เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ ม.2 บ้านกือลอง ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จ.ยะลา ว่าเมื่อเวลา 11.40 น. ได้เกิดเหตุสะพานคอนกรีตขนาด 2 เลนข้ามคลองเข้าภายในหมู่บ้านกือลอง หมู่ที่ 2 ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จ.ยะลา พังถล่มลงไปในคลองจนสะพานขาด หลังมีรถบรรทุก 6 ล้อบรรทุกน้ำแข็งและน้ำดื่ม ของบริษัทแห่งหนึ่งในตัวเมืองยะลา วิ่งข้าม ทำให้ไม่สามารถใช้สัญจรไปมาได้

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้เข้าตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบรถบรรทุก 6 ล้อ ขนาดใหญ่ ยี่ห้ออีซูซุ รุ่น FTR 240 สีขาว หมายเลขทะเบียน 80-6563 ยะลา บรรทุกน้ำแข็งและน้ำดื่ม จอดลาดเอียง ท้ายรถติดกับจุดสะพานขาด ไม่สามารถขึ้นได้ ซึ่งเป็นแผ่นซิเมนต์พื้นผิวจราจรขนาดใหญ่กว้างประมาณ 6 เมตร ยาวประมาณ 15 เมตร ขาดจากคานรับน้ำหนักของสะพานพังลงไปในคลองดังกล่าว ส่งผลให้การจราจรถูกตัดขาดไม่สามารถใช้รถจักรยานและรถยนต์สัญจรไปมาได้ บนถนนใกล้กันพบกับนายมะแซ เจ๊ะเงาะ อายุ 65 ปี ซึ่งเป็นคนขับรถบรรทุก 6 ล้อ และทีมงานประจำรถอีกจำนวน 3 คน ยังคงมีอาการตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งคนขับรถกล่าวว่า ตนเองทำหน้าที่ขับรถบรรทุก6 ล้อ บรรทุกทุกน้ำแข็งและน้ำดื่ม ของบริษัทโรงน้ำแข็งจริญสิน ยะลา ไปส่งในเส้นทางยะลา - กือลอง เป็นระยะเวลานานถึง 20 ปี โดยจะไปส่งน้ำแข็งเว้นวัน และวันนี้ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็และเสียชีวิตแต่อย่างใด 

สำหรับในพื้นที่ดังกล่าว หลังเกิดเหตุสะพานขาดลง ทำให้พี่น้องประชาชนไทยพุทธ - มุสลิมที่อาศัยอยู่ในพื้นตั้งแต่หมู่ที่ 2 - 6 ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จ.ยะลา จำนวน 600 หลังคาเรือน ได้รับความเดือดร้อนไม่สามารถใช้รถจักรยานและรถยนต์สัญจรไปมาได้ ซึ่งชาวบ้านขอวิงวอนให้ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบในเรื่องนี้เข้ามาซ่อมแซมโดยเร็วและสามารถใช้งานต่อไป


ส่วนสาเหตุนั้น เบื้องต้น เชื่อว่า ด้วยอายุของสะพานที่สร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2551 โดยกรมทางหลวงชนบท เชื่อมต่อหมู่บ้านระหว่าง หมู่ 2 กับ หมู่ 6 มีประชาชนใช้สัญจนไปมาเป็นเส้นทางหลักในการเข้าสู่หมู่บ้าน ซึ่งมีทั้ง พ่อค้า แม่ค้า ข้าราชการของนิคมสร้างตนเอง ครู และประชาชนในหมู่บ้าน ได้รับความเดือดร้อน ต้องเปลี่ยนไปใช้เส้นทางสำรองของอีกหมู่บ้านในการสัญจร ซึ่งเป็นเส้นทางที่เปลี่ยวและเคยเกิดเหตุร้าย เป็นเส้นทางชั่วคราวไปก่อน กว่าจะมีการสร้างหรือซ่อมแซมสะพานให้กลับมาใช้งานได้เหมือนเดิม
28/09/2564
41

+เพิ่มเรื่องราวใหม่


ลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จะแนะ เหตุเกิดบ้านน้ำวน หมู่ที่ 1 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส
ลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จะแนะ  เหตุเกิดบ้านน้ำวน หมู่ที่ 1 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส

เมื่อ 28 ก.ย. 64 เวลา 1412 คนร้ายไม่ทราบจำนวน ลอบวางระเบิด จนท.ตร.สภ.จะแนะ เบื้องต้น จนท.ตร. เสียชีวิต จำนวน 2 นาย และได้รับบาดเจ็บ จำนวน 4 นาย นำส่ง รพ.จะแนะ ทราบชื่อ ดังนี้ 
 1. ร.ต.ท.ธีระศักดิ์ เครือคำ เสียชีวิต
 2. ส.ต.อ. ปริวัตร อุดม เสียชีวิต
 3. ร.ต.ต. ชาญวิทย์ หลงหา ได้รับบาดเจ็บ
 4. ส.ต.อ. เอกราช เย็นยีเอส ได้รับบาดเจ็บ 
 5. ส.ต.ต.เมคิน ราชหาด ได้รับบาดเจ็บ
 6. ส.ต.ต.พงศพัฒน์ ศรีสุข ได้รับบาดเจ็บ 

  เหตุเกิดขณะ ชป.ตร.สภ.จะแนะ จำนวน 1 ชป. จำนวน 8 นาย เดินทางด้วยรถยนต์กระบะ จำนวน 2 คัน กลับจากระงับเหตุ ประชาชนคลุ้มคลั่งในพื้นที่ เมื่อเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายจุดชนวนระเบิดขึ้นทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเป็นระเบิดแสวงเครื่องไม่ทราบภาชนะบรรจุและการจุดชนวน  ฝังไว้ใต้ท่อลอดใต้ผิวถนน 

บริเวณที่เกิดเหตุ บ้านน้ำวน หมู่ที่ 1 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส รายละเอียดเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป 
28/09/2564
45

+เพิ่มเรื่องราวใหม่


ตำรวจตากใบรวบมือปืนยิงอดีต อดีตเป็นทหารกองประจำการ สังกัด ช.พัน 5 เสียชีวิตริมถนนเลียบคลองชลประทาน บ้านสะหริ่ง ม.1 ต.โฆษิต อ.ตากใบ โมโหทวงหนี้
ตำรวจตากใบรวบมือปืนยิงอดีต
อดีตเป็นทหารกองประจำการ สังกัด ช.พัน 5 เสียชีวิตริมถนนเลียบคลองชลประทาน บ้านสะหริ่ง ม.1 ต.โฆษิต อ.ตากใบ โมโหทวงหนี้


เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 26 ก.ย. 64 พ.ต.อ.สุธาเวชช์ ธารีไทย ผกก.สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส และ พ.ต.อ.ดิเรก โฉมยงค์ ผกก.สส.ภ.จว.นราธิวาส ได้ร่วมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนร่วมสนธิกำลังทำการตรวจค้นบ้านพักเลขที่ 46 ม.6 ต.เกาะสะท้อน อ.ตากใบ ซึ่งเป็นบ้านพักของนายกอเซ็ง อาแซ อายุ 26 ปี ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงนายซูลฟา กาเร็ง อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26/8 ม.4 ต.แว้ง อ.แว้ง จ.นราธิวาส อดีตเป็นทหารกองประจำการ สังกัด ช.พัน 5 ช่วยราชการ บก.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ซึ่งปลดประจำการประมาณ 2 เดือนเสียชีวิต เหตุเกิดริมถนนเลียบคลองชลประทาน บ้านสะหริ่ง ม.1 ต.โฆษิต อ.ตากใบ เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 24 ก.ย. 64 ที่ผ่านมา เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของญาติผู้เสียชีวิต พบว่าผู้ตายได้มีการติดต่อผ่านแอพริเคชั่นวีดีโอคอลกับนายกอเซ็ง ก่อนที่ผู้เสียชีวิตจะถูกยิงและจากการตรวจค้นบ้านพักเจ้าหน้าที่พบรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน 1 กฆ 9654 นราธิวาส จอดอยู่ข้างบ้านพัก และเจ้าหน้าที่ได้สอบถามถึงการเสียชีวิตของนายซูลฟา จนนายกอเซ็ง จำนนด้วยหลักฐานและได้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา พร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการนำเสื้อผ้าชุดที่สวมใส่ก่อเหตุให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจยึด พร้อมนำเจ้าหน้าที่ไปเก็บรวบรวมหลักฐานที่ใช้ก่อเหตุซึ่งได้นำไปทิ้งเพื่ออำพรางคดี 3 จุด

จุดที่ 1 นายกอเซ็ง ได้นำเจ้าหน้าที่ไปทำการตรวจยึดรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน 1 กฆ 9654 นราธิวาส ที่ใช้เป็นพาหนะในการก่อเหตุที่จอดไว้ข้างบ้านพัก จุดที่ 2. นำเจ้าหน้าที่ไปทำการตรวจยึดอาวุธปืนพก ขนาด .38 ที่ทิ้งไว้ข้างคลองชลประทาน บ้านโคกกะเปาะ ม.6 ต.เกาะสะท้อน อ.ตากใบ และจุดที่ 3. นำเจ้าหน้าที่ไปตรวจยึดโทรศัพท์มือถือของผู้ตาย ที่ทิ้งไว้บริเวณข้างตลิ่งของสะพานข้ามคลองท่าแซะ ม.1 ต.เกาะสะท้อน อ.ตากใบ เมื่อเจ้าหน้าที่ได้หลักฐานต่างๆที่นายกอเซ็ง ใช้ก่อเหตุ จึงได้ควบคุมตัวมาสอบสวน ที่ สภ.ตากใบ


โดยนายกอเซ็ง ให้การรับสารภาพว่า ตนก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงนายซูลฟา จริง เนื่องจากนายซูลฟา ผู้เสียชีวิตได้มีการโทรศัพท์ทวงถามเงิน จำนวน 6,000 บาท กับ น.ส.กุรดา กาเด็ง ซึ่งเป็นภรรยาของตน และเป็นอดีตแฟนเก่าของผู้เสียชีวิต ที่ น.ส.กุรดา ได้ยืมเงินสมัยเป็นกิ๊กกับผู้เสียชีวิต และเมื่อทราบว่า น.ส.กุรดา ได้แต่งงานอยู่กินกับตนเกิดความไม่พอใจ จึงได้ทวงถามเพื่อขอเงินที่ น.ส.กุรดา ยืม แต่วงเงินที่ผู้เสียชีวิตได้ทวงคืนเป็นเงิน 30,000 บาท ซึ่งไม่ตรงกับความเป็นจริง ทำให้นายกอเซ็ง เกิดความไม่พอใจ จึงได้วางแผนนัดหมายผู้เสียชีวิตมายังจุดเกิดเหตุเพื่อมารับเงินคืน โดยตนได้ชวนนายรุสลัน ดาเลง อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 30 ม.6 ต.เกาะสะท้อน อ.ตากใบ นั่งซ้อนท้ายรถ จยย.ไปเป็นเพื่อน เมื่อถึงจุดนัดหมายพบผู้เสียชีวิตขี่รถ จยย.ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่น 400 ซี.ซี. สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มาจอดรอตนริมถนนตนจึงได้จอดรถ จยย.เข้าไปพูดคุยกับผู้เสียชีวิต และได้เกิดการโต้เถียงกันขั้นรุนแรง ทำให้ตนโกธรและได้ใช้อาวุธปืนพก ขนาด .38 ออกมายิงใส่ผู้เสียชีวิต แล้วได้ขี่รถ จยย.หลบหนีไป เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งดำเนินคดีกับนายกอเซ็ง ใน 3 ข้อหา 1. ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน 2. มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และ 3. พกพาอาวุธปืนในเขตเมือง โดยไม่มีเหตุอันควร
แต่ถึงอย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่กำลังประสานเครือญาติของนายรุสลัน ดาเลง ที่ได้ร่วมเดินทางไปกับนายกอเซ็ง วันก่อเหตุ เพื่อเข้ามอบตัว ซึ่งนายกอเซ็ง ให้การว่านายรุสลัน ไม่มีส่วนรู้เห็นกับตนเพียงตนชวนไปเป็นเพื่อนเท่านั้น ซึ่งในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และกันไว้เป็นพยานเพื่อดำเนินคดีกับนายกอเซ็ง ต่อไป
26/09/2564
45

+เพิ่มเรื่องราวใหม่


ปลัดแวบือราเฮง ปะกาฮารัง ได้กลับสู่ความเมตตาของเอกองค์อัลลอฮแล้ว เมื่อสักครู่ ล้มที่สนามหญ้าเทียมบ้านปูยุด
ปลัดแวบือราเฮง ปะกาฮารัง ได้กลับสู่ความเมตตาของเอกองค์อัลลอฮแล้ว เมื่อสักครู่ ล้มที่สนามหญ้าเทียมบ้านปูยุด
อินนาลิลลาฮีวาอินนาอิลัยฮีรอญีอูน ปลัดแวบือราเฮง ปะกาฮารัง ได้กลับสู่ความเมตตาของเอกองค์อัลลอยแล้ว เมื่อสักครู่ ล้มที่สนามฟุตบอลปูยึด

ด้วยนายแวบือราเฮง แวซู (ปลัดเฮง) ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลปะกาฮารัง อำเภอเมืองปัตตานี ซึ่งเป็นกรรมการกองทุนเพื่อเด็กกำพร้า PNYS ส่วนปัตตานีได้กลับสู่ความเมตตาของอัลลอห์แล้วเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ 25/9/2564 ที่โรงพยาบาลปัตตานี ขณะเล่นฟุตบอลที่สนามหญ้าเทียมบ้านปูยุดเมื่อเช้านี้ สาเหตุโดนลูกบอลที่หน้าอกแล้วเกิดอาการช็อก และได้นำส่งโรงพยาบาลปัตตานี อาการไม่ดีขึ้นและเสียชีวิตในเวลาต่อมา


ละหมาดญะนาซะห์ในเวลา 20.00 น ณ มัสยิดตัฮฟิซกุรอานบ้านปูยุด อำเภอเมืองปัตตานี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของท่าน
ในนามกลุ่ม PNYS ขอแสดงความเสียใจกับภรรยา ลูกๆ และครอบครัวญาติพี่น้องของปลัดเฮง ณ ที่นี้ด้วย
ขออนุญาติลงรูปเพื่อให้เพื่อนได้นึกภาพออกครับ
25/09/2564
38

+เพิ่มเรื่องราวใหม่


จนท.อีโอดีทำลายวัตถุต้องส่งสัย เป็นของปลอมหวังก่อกวนในพื้นที่ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี
จนท.อีโอดีทำลายวัตถุต้องส่งสัย เป็นของปลอมหวังก่อกวนในพื้นที่ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี

วันที่ 25 ก.ย. สภ.ปะนาเระ รับแจ้งจากชาวบ้านพบวัตถุต้องส่งสัยติดอยู่กับเสาไฟฟ้าบริเวณริม

ถนนบ้านพ่อมิ่ง อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเป็นวัตถุและมีเทปดำพันอยู่ติดกัยเสาไฟฟ้า จึงประสานหน่วยกู้วัตถุระเบิด เข้ามาทำลาย โชคดีไม่มีการสูเสียแต่อย่างใด


ส่วนสาเหตุครั้งนี้ คาดว่าเป็นการก่อกวนของคนร้าย เพื่อสร้างความปั่นป่วน
25/09/2564
62

+เพิ่มเรื่องราวใหม่


คนร้ายยิง นายซอพวัง เต๊ะ อายุ 42 ปี ที่อยู่ 129/1 ม.2 ต.ท่าน้ำ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี
คนร้ายยิง นายซอพวัง เต๊ะ อายุ 42 ปี ที่อยู่ 129/1 ม.2 ต.ท่าน้ำ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี


เมื่อ 24 ก.ย. 64, 1830 เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิง นายซอพวัง เต๊ะ อายุ 42 ปี ที่อยู่ 129/1 ม.2 ต.ท่าน้ำ อ.ปะนาเระ จว.ป.น. ขณะทำละหมาดบนแคร่ภายในบ้าน กระสุนปืนถูกบริเวณลำคอ จำนวน 1 นัด

เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เหตุเกิด ภายในบ้านเลขที่ 129/1 ม.2 ต.ท่าน้ำ อ.ปะนาเระ จว.ป.น. พิกัด QH 77662 48805 ต่อมาทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ อส


รายละเอียดเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป
24/09/2564
70

+เพิ่มเรื่องราวใหม่


หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 สนธิกำลัง 3 ฝ่าย เข้าจับกุมบุคคลเป้าหมาย อ.สายบุรี จ.ปัตตานี
หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 สนธิกำลัง 3 ฝ่าย เข้าจับกุมบุคคลเป้าหมาย อ.สายบุรี จ.ปัตตานี

เมื่อ 24 ก.ย. 64 เจ้าหน้าที่ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 สนธิกำลัง 3 ฝ่าย เข้าบังคับใช้กฎหมายกับผู้ก่อเหตุรุนแรง ตามหมายจับ ป.วิอาญา จำนวน 2 ราย คือ 
 1. นายอัซมัน  หะมะ บ้านเลขที่ 12 ม.10 ต.เตราะบอน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ซึ่งมีหมายจับ ป.วิอาญา จำนวน 1 หมาย 

 2. นายอาฮามัด  แลแร บ้านเลขที่ 76 ม.10 ต.เตราะบอน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี มีหมายจับ ป.วิอาญา จำนวน 1 หมาย

โดยทั้ง 2 เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ป.วิอาญา กระทำความผิดฐานร่วมกันสะสมกำลังพล จัดหาหรือรวบรวมทรัพย์สิน ให้หรือรับการฝึกการก่อการร้าย ตระเตรียมการอื่นใด หรือสมคบกัน เพื่อก่อการร้าย หรือกระทำความผิดใดๆ อันเป็นส่วนของแผนการเพื่อก่อการร้าย, ร่วมกันเป็นอั้งยี่กัน 


โดยเจ้าหน้าที่ได้สืบทราบว่า ทั้ง 2 รายได้เข้ามาหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ ม.5 ต.มะนังดาลำ และ ม.10 ต.เตราะบอน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี จึงเข้าทำการตรวจสอบในพื้นที่ดังกล่าว และพบบุคคลเป้าหมาย หลบซ่อน อยู่ภายในบ้านหลังหนึ่งจึงได้เข้าแสดงตัว พร้อมแสดงหมายจับ ป.วิอาญา ให้บุคคลภายในบ้านได้รับทราบหลักฐานและขั้นตอนในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ เพื่อบังคับใช้กฎหมาย พร้อมเชิญ ผู้นำท้องที่ ผู้นำศาสนา เข้าทำความเข้าใจกับญาติเพื่อให้เชิญตัวผู้ต้องหาเข้ามามอบตัว 

ทั้งนี้ บุคคลเป้าหมายทั้ง 2 รายได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และออกมาพบเจ้าหน้าที่ โดยไม่มีการเข้าไปควบคุมตัวภายในบ้านแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงแสดงหมายจับ ป.วิอาญา ให้รับทราบ พร้อมทั้งให้เจ้าของบ้านนำเข้าไปตรวจสอบภายในบ้าน ซึ่งไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด จึงได้ควบคุมตัวบุคคลทั้ง 2 ราย ไปลงบันการจับกุม ยัง สถานีตำรวจภูธรสายบุรี จ.ปัตตานี พร้อมเชิญญาติของทั้ง 2 ราย ร่วมเดินทางไปเป็นพยานในการเข้าบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ ก่อนเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ พลโท เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้เน้นย้ำการเข้าบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ ให้ดำเนินการตามกฎหมายโดยยึดหลักสิทธิมนุษยชนเป็นสำคัญเพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสีย ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้เน้นการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี ไม่ต้องการใช้ความรุนแรง เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่น และความมั่นใจในมาตรการการควบคุมพื้นที่และบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ ที่ได้ดำเนินการติดตามในทุกคดีที่เกิดขึ้น ด้วยความระมัดระวังและใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก โดยการใช้อาวุธของเจ้าหน้าที่จะใช้เป็นขั้นตอนสุดท้าย เพื่อป้องกัน ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้งป้องกันตนเองหากคนร้ายมีการต่อสู้เท่านั้น 

 อย่างไรก็ตาม หากพี่น้องประชาชนพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรือบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ ขอให้แจ้งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์สายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 หมายเลข 061 - 173 - 2999 หรือเบอร์สายด่วน 1341 และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
24/09/2564
54

+เพิ่มเรื่องราวใหม่


คนร้ายยิงพลทหารกองประจำการสังกัด ช.พัน.5 มีแผลบริเวณ ศรีษะ บาดเจ็บสาหัส
คนร้ายยิงพลทหารกองประจำการสังกัด ช.พัน.5 มีแผลบริเวณ ศรีษะ บาดเจ็บสาหัส

วันที่  24 ก.ย.64 เวลา 16.40 น. สภ.ตากใบ ได้รับแจ้งเหตุ มีคนร้ายไม่ทราบชื่อและจำนวนใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ยิงนาย ซูลฟา กาเร็ง พลทหารกองประจำการสังกัด ช.พัน.5 มีแผลบริเวณ ศรีษะ บาดเจ็บสาหัส อายุ 24 ปี ในพื้นที่ ม.1 บ.สะหริ่ง ต.โฆษิต  อ.ตากใบ  จ.นราธิวาส  ถูกนำตัวส่ง รพ.ตากใบ รายละเอียดเพิ่มเติมอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนและตรวจสอบ

เหตุเกิด บนถนนสายตากใบ-สุไหงโกลก ต.โฆษิต อ.ตากใบ จว.นราธิวาส


พื้นที่รับผิดชอบ สภ.ตากใบ จว.นราธิวาส โทร 073-581-194 
รอง สว.(สอบสวน) ร.ต.ท.ทักษิณ งามวงษ์ โทร 098-6478964
พ.ต.อ.สุทธาเวชช์ ธารีไทย ผกก.สภ.ตากใบ  โทร 084-840-1851
ศูนย์วิทยุสื่อสารและเฝ้าฟัง ศปก.ตร.สน. โทร. 073-203-690-1 
24/09/2564
150

+เพิ่มเรื่องราวใหม่


ศบค.นราธิวาส ประกาศปิดหมู่บ้านดือแย ม.4 ต.สาวอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส
 ศบค.นราธิวาส ประกาศปิดหมู่บ้านดือแย ม.4 ต.สาวอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เนื่องจากพบผู้ติดเชื้อโควิดจำนวนมาก เพื่อควบคุมพื้นที่ไม่ให้การแพร่ในชุมชนอื่นและสะดวกในดูแลรักษาผู้ป่วย ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ย.64 เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น 

บ้านดือแย เป็นหมู่บ้านเล็กๆ มีจำนวน 100 กว่าครัวเรือน ประชากร 400 คนเศษ ซึ่งเป็นหมู่ค่อนข้างยากจน อยู่ห่างไกลอำเภอ 8 กม.โดยแยกชุมชนอยู่ต่างไม่มีหมู่บ้านอื่นผ่าน เพราะสุดเขตติดแม่น้ำสายบุรี กั้นระหว่างอ.รามัน จ.ยะลา 

24/09/2564
109

+เพิ่มเรื่องราวใหม่


เจ้าหน้าที่ทหารพราน 47 อยู่วัดสวนแก้ว อ.ยะหา จ.ยะลา ใช้อาวุธปืนพกขนาด 9 มม.ยิงภรรยา,แม่ยาย เสียชีวิต
เรียน ผู้บังคับบัญชา
รายงานเหตุ 241 บ.ไร่เหนือ ม.2 
เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 64 เวลา 22.00 น. นายพีระพัฒน์  อ่อนชาติ (แอน ) อายุ 37 ปี บ้านเลขที่ 43  ม. 2 ต.หนองช้างแล่น อ.ห้วยยอด จ.ตรัง

เป็นเจ้าหน้าที่ทหารพราน 47 อยู่วัดสวนแก้ว อ.ยะหา จ.ยะลา ใช้อาวุธปืนพกขนาด 9 มม.ยิงภรรยา,แม่ยาย เสียชีวิต และเด็กบาดเจ็บ ดังนี้

 1.1. นางจุฑามาศ  ศรีบาง  อายุ 39 ปี ภรรยาถูกยิงบริเวณศีรษะ จำนวน 2 นัด (เสียชีวิต)
 1.2. นางเรียม  ศรีบาง อายุ 59 ปี แม่ยายถูกยิงบริเวณศีรษะ จำนวน 2 นัด(เสียชีวิต)
 1.3. นส.อ้อม  ฯ อายุ 17 ปี ถูกยิงที่แขน จำนวน 1 นัด ได้รับบาดเจ็บกู้ภัยนำส่ง รพ.สะบ้าย้อย
2. เหตุเกิด บ้านเลขที่ 9/27 ม.2 บ.ไร่เหนือ ต.บาโหย อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา พิกัด QH 120079 พบปลอกกระสุนขนาด 9 มม. 5 ปลอกพร้อมกระสุน 1 นัด
3. พฤติกรรมก่อนเกิดเหตุได้ทะเลาะมีปากเสียงกัน
4. หลังก่อเหตุได้นำรถเก๋งโตโยต้าวีออส สีขาว ป้ายทะเบียน กร. 4446 สงขลา หลบหนีและรถได้เสียหลักพลิกตกถนนบริเวณหน้าวัดบาโหย จากนั้นนายแอนได้ใช้อาวุธปืน M. 16 ยิงขู่จำนวน 1  นัดพร้อมจี้รถจักรยานยนต์ของประชาชนบังคับให้พาหลบหนี
  จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
24/09/2564


Story in the three southern border provinces