63

+เพิ่มเรื่องราวใหม่


จังหวัดยะลา อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนเดินทาง เข้า-ออก จังหวัด หลัง ศบค.ยะลา อนุญาตโดยไม่ต้องขอหนังสือ
ด่านรอยต่อยะลา อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนเดินทาง เข้า-ออก จังหวัด หลัง ศบค.ยะลา อนุญาตโดยไม่ต้องขอหนังสือ แต่ต้องสแกนQR CODE save yala 

วันนี้  1 ก.ย.64 ดีเดย์ มาตรการผ่อนปรน การป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ตามคำสั่ง ศบค.ส่วนกลาง โดยที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อ จังหวัดยะลา ได้ขานรับมาตรการ ออกคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 จังหวัดยะลา ที่ 263/2564  ขอความร่วมมือประชาชนเดินทาง เข้า-ออก จังหวัดยะลา ให้เดินทางเท่าที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พร้อมทั้ง สแกนQR Code YALA SAFE ALERT ขาเข้าตัวจังหวัดยะลา โดยไม่ต้องแสดงเอกสารต่อเจ้าหน้าที่ประจำด่าน  เริ่ม 1 ก.ย.64 เป็นเวลา 14 วัน

ล่าสุด  ที่ด่านตรวจบ้านคลองทรายใน ต.ยุโป อ.เมือง จ.ยะลา ซึ่งเป็นด่านตรวจรอยต่อระหว่างจังหวัดยะลากับจังหวัดปัตตานี เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองได้อำนวยความสะดวก ประชาชนที่เดินทางเข้า- ออก จังหวัดยะลา พร้อมทั้งมีการตรวจบัตรประชาชน เลข 13 หลัก ตรวจสอบข้อมูลด้านความมั่นคง พร้อมทั้งการสแกน QR Code YALA SAFE ALERT เพื่อแสดงความจำนงในการเดินทางเข้าพื้นที่ ตามมาตรการป้องกันโรคของจังหวัดยะลา ทั้งนี้ไม่มีการการตรวจเอกสาร หรือหนังสือการเดินทางแต่อย่างใด  บรรยากาศโดยทั่วไปการเดินทางเข้า-ออกของประชาชนนั้นยังมีจำนวนไม่มาก เนื่องจากทางจังหวัดยะลายังคงขอความร่วมมือประชาชนงดเดินทางเข้า - ออกพื้นที่เป็นเวลา 14 วัน นับตั้งแต่วันที่ 1-14 กันยายน 2564นี้

#เพจสวทยะลากรมประชาสัมพันธ์
02/09/2564
63

+เพิ่มเรื่องราวใหม่


เจ้าหน้าใช้กฏอัยการศึก พรก.ฉุกเฉินพร้อมกำลังสามฝ่ายปิดล้อมได้ควบคุมตัวชาวบ้าน 2 ราย ม.8 บ้านละหาร ต.แป้น อ.สายบุรี จ.ปัตตานี
เจ้าหน้าใช้กฏอัยการศึก พรก.ฉุกเฉินพร้อมกำลังสามฝ่ายปิดล้อมได้ควบคุมตัวชาวบ้าน 2 ราย ม.8 บ้านละหาร ต.แป้น อ.สายบุรี จ.ปัตตานี

วันที่ 17 มิ.ย.64 เวลา 12:30 น. เกิดเหตุเจ้าหน้าใช้กฏอัยการศึก พรก.ฉุกเฉินพร้อมกำลังสามฝ่ายปิดล้อมได้ควบคุมตัวชาวบ้าน 2 ราย ทราบชื่อ
1.มูฮัมหมัด ยูโซะ 
2.อับดุลเล็าะห์ วาแน็ง 

ซึ่งควบคุมตัวเวลา 12:00 น. ทางครอบครัวพึ่งรู้ตัวเมื่อเวลา 17:20 น. 
เกิดเหตุที่โรงเรียนตาดีกา ม.8 บ้านละหาร ต.แป้น อ.สายบุรี จ.ปัตตานี 
ขณะนี้ถูกคุมตัวอยู่ที่ค่ายอิงคยุทธ โดยไม่ทราบสาเหตุ
02/09/2564
72

+เพิ่มเรื่องราวใหม่


เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบุคคลเป้าหมายในพื้นที่ บ.ตาเนาะปูเตะใน ม.9 ต.ตาเนาะปูเตะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา
วันที่ 5 ส.ค. 2564 เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้บังคับใช้กฎหมายพร้อมอาวุธครบมือ เข้าตรวจค้นบุคคลเป้าหมายในพื้นที่ บ.ตาเนาะปูเตะใน ม.9 ต.ตาเนาะปูเตะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ทราบชื่อนายมูฮัมหมัด หะยีสาเมาะ  แต่ไม่พบเจ้าตัวแต่อย่างใด

เพจศูนย์ติดตามข้อมูลการควบคุมและการละเมิดสิทธิประชาชนจังหวัดชายแดนใต้

หากมีปัญหาหรือข้อข้องใจโทรปรึกษาได้ที่ ศูนย์ทนายความมุสลิมฯ
ศูนย์ทนายความมุสลิมยะลา 073259055, 0819592046
ศูนย์ทนายความมุสลิมปัตตานี 073332439, 0848560005
ศูนย์ทนายความมุสลิมนราธิวาส 073513877, 073522341,0813287488
ศูนย์ทนายความมุสลิมสงขลา 074206689, 0862894499
02/09/2564
103

+เพิ่มเรื่องราวใหม่


จับกุมเยาวชน 2 รายในพื้นที่ บ้านลุโบะปาเระ หมู่ที่ 7 ต.จอเบาะ อ.ยีงอ จ.นราธิวาส
วันที่ 25 ส.ค.64 เวลาประมาณ 04.00 น.
มีเจ้าหน้าที่ทหารประมาณหลายคันรถได้เข้าจับกุมเยาวชน 2 รายในพื้นที่ บ้านลุโบะปาเระ หมู่ที่ 7 ต.จอเบาะ อ.ยีงอ จ.นราธิวาส ทราบชื่อ ดังนี้
1.นายฮานิส  มะยาซีน
2.มะยี ไม่ทราบนามสกุล

ยังไม่ทราบชะตากรรม
02/09/2564
76

+เพิ่มเรื่องราวใหม่


แม่ทัพภาคที่ 4 มอบนโยบายควบคุมพื้นที่ ก่อนเคลื่อนย้ายสับเปลี่ยนกำลังพล และให้คำแนะนำเกี่ยวกับหลักการปฏิบัติ ทางยุทธวิธีให้กำลังพลมีความเข้าใจต่อการปฏิบัติงานมากยิ่งขึ้น
แม่ทัพภาคที่ 4 มอบนโยบายควบคุมพื้นที่ ก่อนการเคลื่อนย้ายสับเปลี่ยนกำลังพลและให้คำแนะนำเกี่ยวกับหลักการปฏิบัติ
ทางยุทธวิธีให้กำลังพลมีความเข้าใจต่อการปฏิบัติงานมากยิ่งขึ้น

     เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2564 เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุม หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี พลโท เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ติดตามผลการปฏิบัติงานที่สำคัญในห้วงที่ผ่านมา
ตลอดจนรับฟังบรรยายสรุปการปฏิบัติแผนเชิงรุกพิทักษ์พื้นที่ ของหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ก่อนมอบนโยบายแนวทางการวางแผนปรับโครงสร้าง และการสับเปลี่ยนกำลังพลของหน่วย เน้นย้ำกำลังพลช่วงรอยต่อของการสับเปลี่ยนกำลังให้หน่วยได้วางแผนจัดกำลังในการปฏิบัติงาน
อย่างรอบคอบ เพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติงานเป็นพิเศษ คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ เพื่อป้องกันและลดการก่อเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น สร้างความเชื่อมั่นแก่พี่น้องประชาชน โดยมี พลตรี ธิรา แดหวา รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
พร้อมด้วย พลตรี คมกฤช รัตนฉายา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานในพื้นที่ และส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม 

จากนั้น แม่ทัพภาคที่ 4 และคณะเดินทางต่อไปยังที่ทำการยุทธวิธี กองร้อยทหารพรานที่ 4206 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 42 ตำบลตะโล๊ะ อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ เหตุการณ์สำคัญ ตลอดจนบุคคลเป้าหมายที่ยังคงมีข่าวความเคลื่อนไหวในพื้นที่
ซึ่งหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 42 รับผิดชอบพื้นที่เขตรอยต่อ อำเภอยะหริ่ง และอำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เปิดแผนบูรณาการร่วม 3 ฝ่าย ประกอบไปด้วย 7 ชุดปฏิบัติการ ร่วมปฏิบัติการตามแผน ลงพื้นที่พิสูจน์ทราบ ค้นหาบุคคลเป้าหมาย กดดัน และติดตามบังคับใช้กฎหมายต่อไป
ก่อนจะเดินทางเยี่ยมให้กำลังใจ และมอบนโยบายการเข้าพื้นที่แก่ชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ กองร้อยทหารพรานที่ 4206 บริเวณพื้นที่สวนยางพารา บ้านตะโล๊ะ-ปุลากง อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ติดตามการทำงานของชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับหลักการปฏิบัติ
ทางยุทธวิธีให้กำลังพลมีความเข้าใจต่อการปฏิบัติงานมากยิ่งขึ้น เน้นย้ำกำลังพลปฏิบัติงานในการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจในมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 ให้กับประชาชน พร้อมกันนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้มอบสิ่งของอุปโภค - บริโภค
เพื่อสร้างขวัญกำลังให้แก่เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ให้มีกำลังใจสามารถปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ 

โดยแม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า "นอกเหนือจากการเข้าสู่เป้าหมายพิสูจน์ทราบแหล่งหลบซ่อน แหล่งพักพิงตามภาพข่าว เจ้าหน้าที่ต้องสร้างความเข้าใจและสร้างความตระหนักรู้ให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ทั้งสถานการณ์ความไม่สงบและมาตรการการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องมีความพร้อมทั้งร่างกาย จิตใจในการปฏิบัติทุกขั้นตอน คำนึงถึงความปลอดภัยของชุดปฏิบัติการขณะปฏิบัติการจรยุทธ์เป็นสำคัญ รู้จักการพลิกแพลงแผน เพื่อไม่ให้เกิดการติดตามจากฝ่ายตรงข้าม ศึกษาเส้นทาง เส้นทางหลัก เส้นทางรอง ศึกษาพื้นที่ ผนวกการปฏิบัติเข้าด้วยกัน
ด้วยความระมัดระวัง เอาบทเรียนที่ผ่านมาเป็นส่วนหนึ่งในการวิเคราะห์ติดตาม และปฏิบัติตามแผนที่วางไว้อย่างเคร่งครัด ไม่สร้างเงื่อนไข แต่ให้สร้างความเข้าใจ สร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน 

สำหรับแผนปฏิบัติการเชิงรุกพิทักษ์พื้นที่ในครั้งนี้ เมื่อมีภาพข่าวปรากฏถึงความเคลื่อนไหวของผู้ก่อเหตุรุนแรง หน่วยงานภาครัฐจึงจำเป็นต้องเปิดแผนการปฏิบัติ เพื่อพิทักษ์พื้นที่ให้เกิดความปลอดภัยทั่วทุกพื้นที่ ด้วยการบูรณาการร่วมกำลังทุกภาคส่วน เพื่อจำกัดเสรีการก่อเหตุ ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจ
ต่อผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น พี่น้องประชาชน ตลอดจนเครือญาติถึงความผิดทางกฎหมายในการให้แหล่งพักพิง และการสนับสนุนช่วยเหลือ พร้อมเปิดโอกาสสำหรับผู้หลงผิดได้กลับใจเข้ามามอบตัว เพราะเราแก้ไขปัญหาที่ไม่ต้องการความรุนแรง แต่ต้องการใช้แนวทางสันติวิธี สร้างสันติสุขให้เกิดขึ้น
และนอกจากการทำพื้นที่ให้เกิดความปลอดภัยแล้ว สิ่งสำคัญควบคู่กันไปในขณะนี้คือ การสร้างความรับรู้เรื่องสถานการณ์การระบาดของไวรัส covid -19 ถึงการปฏิบัติตนอย่างไรให้เกิดความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการเชิงรุกทำการสำรวจตรวจสอบ ถึงผลกระทบของพี่น้องประชาชน
ต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสcovid-19 พื้นที่ไหนยังขาดแคลน หรือต้องการความช่วยเหลือให้รีบเร่งดำเนินการเข้าช่วยเหลืออย่างรวดเร็วที่สุด 

ในส่วนด้านการเจรจาตามสันติวิธีของคณะพูดคุยสันติสุข ขณะนี้ยังมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องผ่านการพูดคุยทางระบบออนไลน์ รวมไปถึงสมาชิกคณะประสานงานระดับพื้นที่ (สล.3) ยังคงเข้าพื้นที่รับฟังความคิดเห็น พูดคุยและสอบถามความต้องการของพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง
เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาสร้างสันติสุขในพื้นที่ให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนต่อไป"
02/09/2564
93

+เพิ่มเรื่องราวใหม่


วัคซีนโควิด-19 ฮาลาลหรือไม่ ในหนทางของศาสนาอิสลาม
#อีกประเด็นที่ประชาชนยังคาใจ #เป็นเรื่องละเอียดอ่อนสำหรับพื้นที่ปาตานี
ประเด็นฮาลาลของวัคซีนโค-วิดที่ควรจบแต่ยังไม่จบ
Cr.line
มีคำถามด่วนมาถึงศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยว่า #สภานักวิชาการศาสนาอิสลามแห่งอินโดนีเซียหรือสภาอุละมาอฺ (علماء‎) (MUI) มีความเห็นว่าวัคซีนแอสทราเซเนกา (AstraZeneca) มีปัญหาด้านฮาลาลเนื่องจากมีการใช้โปรตีนทริปซินจากสุกร (Porcine trypsin) ในกระบวนการผลิต อันที่จริงข่าวนี้เป็นข่าวเก่าทว่าทาง MUI ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้
ในเชิงศาสนา #ทางศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล ไม่เกี่ยวข้องจึงขอเพียงนำความเห็นจากนักวิชาการอิสลามที่ระบุว่า อิสลามมีข้ออนุโลมโดยขึ้นกับเงื่อนไข โดย #องค์กรศาสนาอิสลามแห่งสิงคโปร์ (MUIS) แจงว่าหากมีการใช้องค์ประกอบของสัตว์จริงในการผลิต กระบวนการล้างทำความสะอาดเพื่อขจัดทริปซินโดยใช้น้ำปริมาณมหาศาลย่อมทำให้สิ่งต้องห้ามหรือหะรอมถูกเจือจางจนหมดความเป็นนญิสหรือความสกปรกตามหลักการ “อิซติฮฺลัก” (استهلك) คล้ายคลึงกับการหล่นของอุจจาระซึ่งเป็นนญิสลงในแม่น้ำซึ่งมีน้ำปริมาณมากย่อมไม่ทำให้น้ำไม่สะอาด

ขณะที่ #องค์กรศาสนาอิสลามออสเตรเลีย ระบุว่าในกระบวนการผลิตวัคซีนมีการเปลี่ยนโครงสร้างโปรตีนทริปซินซึ่งถูกทำให้เป็นเกลือ EDTA สภาวะนี้สิ่งหะรอมถูกแปรสภาพอย่างสิ้นเชิงตามหลักการ “อิซติฮาละฮฺ” (استحالة) คล้ายคลึงการเปลี่ยนสภาพของแอลกอฮอล์ไปเป็นน้ำส้มสายชู จึงไม่เป็นปัญหา
ขณะเดียวกัน เมื่อมีการยืนยันชัดเจนว่าโรคโควิด-19 ก่ออันตรายต่อสุขภาพถึงชีวิต การใช้แนวทางอื่นในการรักษายังขาดข้อมูลทางวิชาการยืนยันว่าได้ผล การฉีดวัคซีนมีหลักฐานทางวิชาการว่าสามารถปกป้องสุขภาพจากโรคได้ กรณีเช่นนี้การฉีดวัคซีนจึงเป็นไปเพื่อรักษาชีวิตซึ่งนับเป็น “ฎารูเราะฮฺ” (ضرورة) จำเป็นอย่างยิ่งยวด

ประเด็นนี้ องค์กรศาสนาอิสลามจำนวนมากรวมถึงสำนักจุฬาราชมนตรีได้ตัดสิน (ฟัตวา) ว่าวัคซีนเป็นสิ่งอนุมัติ แต่ถึงกระนั้นยังมีมุสลิมจำนวนหนึ่งขาดความมั่นใจ
ในทางวิทยาศาสตร์ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลหารือกับผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของรัฐบาล ได้ข้อสรุปว่าในกระบวนการผลิตวัคซีนในปัจจุบัน การเตรียมโปรตีนทริปซินทำได้โดยกระบวนการต่างๆถึง 6 วิธี
เช่น การใช้ปลาทะเล
การใช้เปลือกสัตว์ทะเล
การใช้ข้าวโพดหรือพืชจีเอ็ม
การใช้โปรตีนจากวัวหรือสัตว์ฮาลาลอื่น

การผลิตโปรตีนด้วยเทคนิครีคอมบิแนนท์ ขณะที่ทางผู้ผลิตเห็นว่าการใช้สุกรซึ่งเป็นเทคนิคเก่าเป็นปัญหา ขาดการยอมรับของตลาดใหญ่นั่นคือมุสลิม ฮินดู ยิว คริสต์และพุทธบางนิกาย มังสะวิรัติ บริษัทจึงหันไปใช้วิธีอื่น

ในเรื่องนี้ The Medicines and Healthcare Products Regulatory Agency (MHRA) และ The British Islamic Medical Association (BIMA) ร่วมกันยืนยันว่าวัคซีน Pfizer BioNTech, Moderna และ Oxford AstraZeneca ไม่มีการใช้องค์ประกอบของสัตว์ในการผลิต เป็นผลให้สภามัสยิด (Council of Masjids) และสภาอิหม่ามแห่งสหราชอาณาจักร ตัดสินว่าวัคซีนดังกล่าวไม่มีประเด็นหะรอม แนะนำให้มุสลิมทั่วไปฉีด #drwinaidahlan, #ดรวินัยดะห์ลัน, #วัคซีนฮาลาล
02/09/2564
133

+เพิ่มเรื่องราวใหม่


ญาติร้องสื่อศพของ นายสุกรี สาอิ เหตุปะทะพื้นที่สายบุรีไม่รู้อยู่ใหน 
ญาติร้องสื่อศพปะทะไม่รู้อยู่ใหน 

เมื่อ 30 ส.ค.64 เวลา 18.30 น.ทางญาติของผู้เสียชีวิตจากเหตุปิดล้อมควบคุมตัวในพื้นที่ม.4 บ้านแซะโมะ ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เมื่อเวลา 13.30 น.ของวันนี้ ทราบว่าบุคคลดังกล่าวเป็นนักรบของกองกำลังปาตานี ซึ่งอยู่ในพื้นที่ปิดล้อมไม่ยอมมอบตัวจึงเกิดการปะทะ ทางกองกำลังความมั่นคงจึงได้วิสามัญ 1 ราย ทราบชื่อนายซุกรี สาอิ 

หลังจากทราบข่าวการเสียชีวิตทางญาติได้เดินทางไปประสานกับรพ.สายบุรี ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งว่าศพผู้เสียชีวิตยังอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ จึงเดินทางไปยังพื้นที่เกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ได้มีการแจ้งอีกครั้งว่าศพอยู่ที่รพ.สายบุรี ทำให้ญาติเกิดความสับสนและกังวลเนื่องจากตามหลักการของศาสนาอิสลามเมื่อมีการเสียชีวิตเกิดขึ้นจะต้องดำเนินการทำพิธีฝังศพโดยเร็ว
ล่าสุดมีรายงานว่าญาติได้รับศพแล้วพร้อมกับทำพิธีตามหลักศาสนาอิสลามเมื่อเวลา 19.00 น.ที่ผ่านมา

#BRANI_NEWS
#New_from_the_arae_by_People
#Berita_dari_Rakyat
#ข่าวจากพื้นที่โดยประชาชน
----------------------------------
Perdamaian di Patani adalah kebenaran. 
Peace at Patani is the truth//สันติภาพ ณ ปาตานี คือ ความจริง

ข้อมูลจากเพจ
https://bit.ly/3yBAg18
31/08/2564
166

+เพิ่มเรื่องราวใหม่


วิสามัญนายสุกรี สาอิ แนวร่วมในพื้นที่สายบุรีเสียชีวิต 1 ราย
วิสามัญนายสุกรี สาอิ แนวร่วมในพื้นที่สายบุรีเสียชีวิต 1 ราย

▶️พันเอกเกียรติศักดิ์  ณีวงษ์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แถลงชี้แจงเหตุเจ้าหน้าที่สนธิกำลังปิดล้อมจับกุมแนวร่วม หลังทราบความเคลื่อนไหวในพื้นที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี โดยเวลา 06.00 น. วันนี้ (30 ส.ค.2564) ว่า เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 44 ได้สนธิกำลังร่วม 3 ฝ่าย เข้าติดตามจับกุมบุคคลเป้าหมาย ในพื้นที่ ม.4 ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี จนกระทั่งเวลา 14.00 ขณะเจ้าหน้าที่ได้เตรียมสั่งการยกเลิกภารกิจถอนตัวกลับ แนวร่วมซึ่งหลบซ่อนอยู่บริเวณพุ่มไม้ได้เปิดฉากยิงใส่จำนวน 2 นัด เพื่อเปิดทางหนี ทำให้เกิดการยิงต่อสู้กันขึ้น เป็นเหตุให้แนวร่วมเสียชีวิต 1 ราย ส่วนเจ้าหน้าที่ปลอดภัย 

▶️ภายหลังการเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพบอาวุธปืนลูกโม่ขนาด .38 ของแนวร่วมตกอยู่ 1 กระบอก ทราบชื่อแนวร่วมที่เสียชีวิตคือ นายสุกรี สาอิ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 200 หมู่ที่ 1 ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี  จ.ปัตตานี


▶️ สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พลโทเกรียงไกร  ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อญาติผู้เสียชีวิต ซึ่งการปฏิบัติทุกขั้นตอนได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการ ด้วยความระมัดระวังโดยใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก แต่คนร้ายได้เปิดฉากยิงใส่ก่อน จึงจำเป็นต้องตอบโต้ จนนำไปสู่ความสูญเสียดังกล่าว ทั้งนี้ขอให้พี่น้องประชาชนได้มีความมั่นใจในมาตรการการควบคุมพื้นที่และบังคับใช้กฎหมายของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ซึ่งได้ดำเนินการติดตามในทุกคดีที่เกิดขึ้นรวมทั้ง ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่โทรเข้ามาแจ้งเบาะแสให้แม่ทัพภาคที่ 4 ทราบโดยตรง หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรือบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์สายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 หมายเลข 061 - 173 - 2999 หรือเบอร์สายด่วน 1341 และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
31/08/2564


Story in the three southern border provinces