28

+เพิ่มเรื่องราวใหม่


คนร้ายไม่ทราบฝ่ายก่อเหตุ ลอบยิง ด้วยอาวุธปืนชนิดเอ็ม 79 เข้าที่ ภายในสำนักสงฆ์บ้านกาสัง หมู่ที่6 ตำบลตาเนาะปูเต๊ะ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา และพบวัตถุต้องสงสัย
วันที่ 9 ต.ค. 64 คนร้ายไม่ทราบฝ่ายก่อเหตุ
ลอบยิง ด้วยอาวุธปืนชนิดเอ็ม 79 เข้าที่ ภายในสำนักสงฆ์บ้านกาสัง หมู่ที่6 ตำบลตาเนาะปูเต๊ะ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา แต่ลูกเอ็ม 79 ไม่ทำงาน ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุด หน่วย EOD ยะลา มาทำลายเก็บกู้วัตถุระเบิด
 

เหตุเกิดบริเวณ ณ.สำนักสงฆ์บ้านกาสังใน (หมู่6)

ตำบลตาเนาะปูเต๊ะ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา

ุและพบวัตถุต้องสงสัย  บริเวณถนนเส้น 410 รายงานเหตุเบื้องต้น

วันที่ 9 ตุลาคม 2564 เวลาประมาณ 09.35 น.
สภ.บันนังสตารับแจ้งเหตุ  รับแจ้งพบวัตถุต้องสงสัย  บริเวณถนนเส้น 410 บ้านกาโสด
ม.5 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จว. ยะลา
รายละเอียดเพิ่มเติมอยู่ระว่างเข้าตรวจสอบ
พื้นที่รับผิดชอบ สภ.บันนังสตา จว.ยะลา               โทร. 073-289-384,074-289534
ร.ต.อ.นัฐวุฒิ เพชรสถิตย์   รอง สว.(สอบสวน)       โทร. 084-4669045 
พ.ต.อ.ธีรพจน์  ยินดี  ผกก.สภ.บันนังสตา             โทร. 087-475-3126
09/10/2564
28

+เพิ่มเรื่องราวใหม่


เปิดแลนด์มาร์ค Yala New Land mark ประตูสู่เมืองยะลา วงเวียนสังคมพหุวัฒนธรรมอาเซียน บ้านบ่อเจ็ดลูกโครงการประตูสู่เมืองยะลา

 เปิดแลนด์มาร์ค Yala New Land mark ประตูสู่เมืองยะลา วงเวียนสังคมพหุวัฒนธรรมอาเซียน บ้านบ่อเจ็ดลูกโครงการประตูสู่เมืองยะลา

เผยแพร่ วันพฤหัสบดี ที่ 7 ต.ค 2564 19:59:55 น.โดย: สถานการณ์ ชายแดนใต้ 

“ประตูสู่เมืองยะลา” ถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดยะลา ที่ใครๆหลายๆคนอยากจะรู้จัก ซึ่งโครงการประตูสู่เมืองยะลา ได้ถูกบรรจุเข้าในแผนพัฒนาจังหวัดยะลา เพื่อการก่อสร้าง โดยดำเนินการออกเป็น 2 ระยะด้วยกัน ในระยะที่ 1 ปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ใช้งบประมาณ 37,400,000 บาท ดำเนินการก่อสร้างในส่วนของ งบปรับพื้นที่ งานโครงสร้างหลัก และงานประติมากรรม สวนในระยะที่ 2 จะดำเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ใช้งบประมาณ 42,800,000 บาท โดยดำเนินการในส่วนของงานปรับภูมิทัศน์พร้อมส่วนประกอบ “ประตูสู่เมืองยะลา”

เป็นจุดสังเกตใหม่ของเมืองยะลา ( Yala New Land mark) ที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวอันจะนำไปสู่การส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การขยายตัวของเมือง อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์แสดงให้เห็นถึงความสมดุลของการอยู่ร่วมกันแบบสังคมพหุวัฒนธรรม สร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวยะลา ให้สมกับคำขวัญจังหวัด “ยะลา ใต้สุดสยาม เมืองงามชายแดน ทั้งนี้ จังหวัดยะลา ได้มีแนวคิดในการสร้างจุดสังเกตใหม่ของเมืองยะลา ดำเนินการภายในพื้นที่วงเวียนบริเวณบ้านบ่อเจ็ดลูก ตำบลยุโป อำเภอเมืองยะลา บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 418 พื้นที่ประมาณ 28 ไร่ ซึ่งจุดดังกล่าวอยู่ห่างจากศาลหลักเมืองยะลาประมาณ 6 กิโลเมตร สร้างขึ้นภายใต้โครงการ “ประตูสู่เมืองยะลา” ...

 สำหรับการดำเนินโครงการ”ประตูสู่เมืองยะลา”ในครั้งนี้ จังหวัดยะลา ได้เปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา ประชาชนและบุคคลทั่วไป ได้มีส่วนในการนำเสนอแนวความคิดการออกแบบภายใต้ “สังคมพหุวัฒนธรรมอาเซียน” สู่แนวความคิดที่ว่า “จังหวัดยะลา มีความเป็นสังคมพหุวัฒนธรรมที่อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข คือ ความสมดุลที่พร้อมจะเคลื่อนเป็นพลวัต โดยนำเอาหลักการของลูกข่าง ภาษามาลายูเรียก “ฆาชิง” ซึ่งเป็นการละเล่นในดินแดนมลายูครั้งอดีตกาล ที่ยอดจุดแหลมช่วยในการหมุน สะท้อนให้เห็นถึงความสมดุลของสังคมพหุวัฒนธรรม” และได้มอบหมายให้สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองยะลา นำผลงานที่ได้รับการคัดเลือกนำไปสู่การพัฒนารูปแบบก่อสร้างประติมากรรม “ประตูสู่เมืองยะลา” และออกแบบภูมิทัศน์ให้สอดคล้องกับพื้นที่จุดเริ่มต้นของโครงข่ายผังเมืองยะลา นั้นเอง ...



เปิดแลนด์มาร์คใหม่ ประตูสู่เมืองยะลา วงเวียนบ้านบ่อเจ็ดลูก
สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดยะลา

สถานการณ์ 3 จังหวัด เหยี่ยวเวหา
08/10/2564
29

+เพิ่มเรื่องราวใหม่


นักเรียนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ในเขตเทศบาลนครยะลา ฉีดวัคซีนไฟเซอร์เข็มแรก โครงการ Sandbox Safety Zone in School (SSS)
นักเรียนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ในเขตเทศบาลนครยะลา ฉีดวัคซีนไฟเซอร์เข็มแรก โครงการ Sandbox Safety Zone in School (SSS)

      วันนี้ 7 ตุลาคม เป็นคิวนักเรียนโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ และโรงเรียนพัฒนาวิทยายะลา ประมาณ 3,000 กว่าคน ณ อาคารศรีนิบง ศูนย์เยาวชนเทศบาลนครยะลา

กระทรวงศึกษาธิการ กำหนดแผนฉีดวัคซีนให้นักเรียน นักศึกษาทุกสังกัด อายุระหว่าง 12-18 ปี จำนวน 5,048,081 คน
เบื้องต้นมีผู้ประสงค์จะฉีด 3.61 ล้านคน คิดเป็น 71.67%

 ฉีดวัคซีนสูตร​ ไฟเซอร์ + ไฟเซอร์ เริ่มตั้งแต่ 4 ตุลาคม 2565 ให้กับสถานศึกษา​ พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) 15,465 แห่ง
ใน 29 จังหวัดก่อน​ และจะฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน 

การ​ฉีดวัคซีนสำหรับเด็กนักเรียน/เยาวชน/บุคลากรภายในโรงเรียน​ เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัย​ พร้อมเร่งกระทรวงศึกษาธิการ 

ดำเนินโครงการ Sandbox Safety Zone in School (SSS) สำหรับโรงเรียนที่มีความพร้อม คาดโรงเรียนจะกลับมาเปิดเรียน On Site ได้มากที่สุด 
เพื่อลดความเครียดและข้อจำกัดของนักเรียนในการเรียนออนไลน์​

ที่มา : กระทรวงศึกษาธิการ
08/10/2564
23

+เพิ่มเรื่องราวใหม่


ดีเอ็นเอ มัดตัว ศาลจังหวัดปัตตานี พิพากษา “จำคุก 14 ปี” แนวร่วม เหตุลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้าในพื้นที่ อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี เมื่อ 11 ส.ค. 61
 ดีเอ็นเอ มัดตัว  ศาลจังหวัดปัตตานี พิพากษา “จำคุก 14 ปี” แนวร่วม
เหตุลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้าในพื้นที่ อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี เมื่อ 11 ส.ค. 61

จากคำพิพากษา ศาลจังหวัดปัตตานื เมื่อวันนี้ 7 ตุลาคม 2564 คดีหมายเลขดำที่ อ.4669/61 หมายเลขแดงที่ 46/63 เหตุลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้าในพื้นที่ หมู่ที่ 5 ตำบลน้ำดำ อำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี   เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2561 โดยมีจำเลย คือ นายอิสมาแอ  วาโตะมะ  ซึ่งศาลฎีกาพิพากษา เห็นว่า ในการคัดแยกวัตถุพยานมีการสวมถุงมือและใส่หน้ากาก เพื่อป้องกันการปนเปื้อนตามขั้นตอนถูกต้อง #การตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ เป็นการตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ที่มีผลการตรวจน่าเชื่อถือ #ดีเอ็นเอที่ตรวจพบบริเวณซีลคอขวดและสายไฟของกลาง ตรงกับดีเอ็นเอของจำเลย ในฐานข้อมูลของกลุ่มงานตรวจชีววิทยาและดีเอ็นเอ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 อันเป็นข้อบ่งชี้ว่า จำเลยมีส่วนเกี่ยวข้องกับวัตถุระเบิดของกลาง ทั้งตามผลดำเนินกรรมวิธีซักถามและคำให้การในฐานะพยานของจำเลย ได้ให้การยอมรับว่าร่วมกับพวกก่อเหตุคดีนี้ และเมื่อตรวจสอบโทรศัพท์เคลื่อนที่ของจำเลย พบมีการใช้ติดต่อกับผู้ร่วมกระทำความผิด ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดฐานร่วมกันพยายามก่อการร้าย และฐานร่วมกันพยายามกระทำให้เกิดระเบิด จนน่าเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์สินของผู้อื่นนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น 


ผลทางวิทยาศาสตร์เป็นข้อพิสูทธ์ในการจับกุม กลุ่มแนวร่วมอย่างถูกต้องตามกฎหมาย 
#ชายแดนใต้
08/10/2564
28

+เพิ่มเรื่องราวใหม่


เข้าสู่วันที่ 9 เจ้าหน้าที่ยังคงปิดล้อมพื้นที่บ้านฮูแตยือบอ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า วอนประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวลือ ข่าวลวง สร้างความสับสน พร้อมแจงข้อมูลตลอดเวล
เข้าสู่วันที่ 9 เจ้าหน้าที่ยังคงปิดล้อมพื้นที่บ้านฮูแตยือบอ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า วอนประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวลือ ข่าวลวง สร้างความสับสน พร้อมแจงข้อมูลตลอดเวลา 

 จากกรณีเจ้าหน้าที่สนธิกำลัง 3 ฝ่าย เข้าบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่หลบซ่อนอยู่ในพื้นที่บ้านฮูแตยือลอ ตำบลบาเระใต้ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส โดยได้ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา จนถึง ขณะนี้ เป็นเวลา 9 วันแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ (6 ตุลาคม 2564) พันเอก เกียรติศักดิ์  ณีวงษ์ โฆษก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้เปิดเผยความคืบหน้าว่า หลังปิดล้อมพื้นที่ปฏิบัติการมากว่า 9 วัน ที่เจ้าหน้าที่ได้เข้าบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่หลบซ่อนอยู่ในพื้นที่ป่าเสม็ด บริเวณ หมู่ที่ 6 บ้านฮูแตยือลอ ตำบลบาเระใต้ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส มาตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2564 จนถึง  ณ  ขณะนี้ วันที่ 6 ตุลาคม 2564 รวมเวลากว่า 9 วัน ผู้ก่อเหตุรุนแรงได้ยิงต่อสู้เป็นเหตุให้ เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 2 นาย คือ อาสาสมัครทหารพราน วัฎจักร  พรหมนุ้ย รอง ผบ.ชป.ร้อย ทพ. 4603 และ ร้อยโท กฤษณะ เพ็ชรจำรัส สังกัด ร.151 พัน.1 ช่วยราชการ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 มีผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 4 ราย ประกอบด้วย  1 .นายบารูวัน  กือจิ   2. นายอัสซัน  สามะ  3. นายอับดุลเลาะ  อูแล  และ 4. นายอัฏฮา  ยูกะ โดย ผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เสียชีวิตทั้ง 4 ราย ญาติได้นำร่างไปประกอบพิธีทางศาสนาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 อย่างไรก็ตาม ณ ขณะนี้ ในสื่อสังคมออนไลน์ ได้มีความพยายามบิดเบือนเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ ผู้เสียชีวิตว่า ยังคงมีผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิตอีก 2 ราย โดยเจ้าหน้าที่บ่ายเบี่ยงไม่ให้ญาติเข้าไปพื้นที่เพื่อนำร่างไปประกอบพิธีทางศาสนา กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จึงขอชี้แจงให้ประชาชนได้ทราบโดยทั่วกันว่า ผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เสียชีวิตจากการยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2564 จนถึงตอนนี้ ยืนยันพบศพมีเพียง 4 ราย เท่านั้น และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการโดยยึดมั่นหลักการของศาสนาเป็นสำคัญ ไม่มีการอำพรางศพตามที่มีการบิดเบือนสร้างความเข้าใจผิด แต่ด้วยสภาพพื้นที่ที่มีลักษณะเป็นป่าพรุเสม็ดสลับกับคูน้ำ ทำให้การปฏิบัติเป็นไปด้วยความยากลำบาก อีกทั้งยังคงเป็นพื้นที่อันตรายเนื่องจากยังคงตรวจพบความเคลื่อนไหวของผู้ก่อเหตุรุนแรงอยู่ภายในอีกจำนวนหนึ่ง ทำให้ปฏิบัติการยืดเยื้อใช้เวลาล่วงมาจนถึงวันที่ 9 ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ยังคงใช้เครื่องมือทำการถากถาง เคลียร์พื้นที่ อย่างทำอย่างระมัดระวัง เพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย นอกจากนี้ พลโท เกรียงไกร  ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกนาย ใช้ความอดทนในการปฏิบัติ หากพบความเคลื่อนไหวของผู้ก่อเหตุรุนแรง ให้เน้นการเจรจาและเชิญผู้นำศาสนาผู้นำท้องที่ เข้ามาช่วยเกลี้ยกล่อม ให้ผู้ออกมามอบตัวเพื่อต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม 


กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จึงขอให้พี่น้องประชาชนได้มีความมั่นใจในมาตรการการควบคุมพื้นที่และบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ ที่ได้ดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยความระมัดระวัง ใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก และคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนเป็นสำคัญ และขออย่าหลงเชื่อข่าวลือ ข่าวลวงที่ผู้ไม่หวังดีหวังใช้เป็นเครื่องมือปลุกปั่นก่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รัฐ และหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้โดยตรงที่เบอร์สายด่วน 1341 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่4
07/10/2564
90

+เพิ่มเรื่องราวใหม่


ยิง นายก.อบต.เปียน บ้านท่าเสาบ้านย่อย​ บ.ควนหรัน​ เสียชีวิตที่ร้านน้ำชาข้างบ้าน​ อบต.ยา​
ยิง นายก.อบต.เปียน บ้านท่าเสาบ้านย่อย​ บ.ควนหรัน​ เสียชีวิตที่ร้านน้ำชาข้างบ้าน​ อบต.ยา​


เวลา 07 ต.ค.64 เวลา 06.30 น. เกิดเหตุ 241 นายเส็น อุมัต อดีตรอง นายก.อบต.เปียน​ ที่ร้านน้ำชาข้างบ้าน​ อบต.ยา​ บ้านท่าเสาบ้านย่อย​ บ.ควนหรัน​ ม.2​ ต.เปียน​  บริเวณ​พิกัด​ QH19804 39695

 พฤติกรรม​คนร้าย 2 คน ขับรถ จยย.เวฟ 100 สีแดงดำ ไม่ทราบแผ่นป้ายทะเบียน 

คนร้ายใส่เสื้อสีขาว​ สวมหมวกแก๊ป​สีดำ​ นุ่งผ้าสะโรง​ คนร้ายหนีไปทางบ้านท่าเสา
เสียชีวิต​ขณะนำส่ง​ รพ.ครับ
07/10/2564
35

+เพิ่มเรื่องราวใหม่


หน่วยความมั่นคง เพิ่มความเข้มงวด หลังคนร้ายไม่ทราบฝ่ายป่วนก่อเหตุในพื้นที่หลายจุดให้ห้วงสัปดาห์ที่ผ่าน
หน่วยความมั่นคง เพิ่มความเข้มงวด หลังคนร้ายไม่ทราบฝ่ายป่วนก่อเหตุในพื้นที่หลายจุดให้ห้วงสัปดาห์ที่ผ่าน

5 ต.ค 64 เจ้าหน้าที่เพิ่มการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อป้องกันเหตุรุนแรง โดยเน้นการดูแลพื้นที่เสี่ยงภัย และแหล่งชุมชน ตำรวจและทหารกระจายกำลังรักษาความปลอดภัยพื้นที่ จชต.อย่างละเอียด เพิ่มด่านตรวจในแหล่งชุมชน ย่านการค้าและสถานประกอบการที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดความรุนแรง ส่วนเส้นทางรอบนอก เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ดูแล และตรวจสอบยานพาหนะอย่างละเอียดในด่านตรวจความมั่นคงต่างๆ

 จ.ยะลา เจ้าหน้าที่เพิ่มการรักษาความปลอดภัยในเส้นทางสายรอง พร้อมเพิ่มการตรวจสอบเอกสารประจำตัวบุคคล และยานพาหนะเป้าหมาย ที่เคยถูกโจรกรรมเพื่อป้องกันการถูกนำมาประกอบระเบิด


ส่วนที่ จ.นราธิวาสเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจความมั่นคงต่างๆ ในเส้นทางรอยต่อระหว่าง จ.ยะลา และปัตตานีเจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบยานพาหนะ ขณะเดียวกันได้มีการตรวจสอบข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อเหตุอย่างใกล้ชิด

#หน่วยความมั่นคง
#บอกข่าวเล่าเรื่องชายแดนใต้
05/10/2564
101

+เพิ่มเรื่องราวใหม่


ผู้ชายวัย 51 ปี เสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุ หน้ามัสยิดหมู่ที่ 7 บ้านนิบงบารู ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา จ.ยะลา

ผู้ชายวัย 51 ปี เสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุ หน้ามัสยิดหมู่ที่ 7 บ้านนิบงบารู ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา จ.ยะลา 

วันที่ 5 ต.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รับแจ้งจากผลเมืองดีว่ามีเหตุผู้เสียชีวิตที่มัสยิดดาวะ หมู่ที่ 7 บ้านนิบงบารู ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา จ.ยะลา ชื่อ นายสุกรี หะยีมะเซ็ง อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35 หมู่ที่ 7 ต.วังพญา อ.รามัน จ.ยะลา ใกล้กับรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีดำ หมายเลขทะเบียน 1กฉ 8789 ยะลา ซึ่งเป็นของผู้ตาย 

เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุ รายละเอียดเพิ่มเติมอยู่ระหว่างตรวจสอบ


#เพจ_เฮียมาร์ค
05/10/2564
40

+เพิ่มเรื่องราวใหม่


พระราชทานเพลิงศพทหารกล้า อาสาสมัครทหารพราน วัฏจักร พรมนุ้ย อย่างสมเกียรติ เสียชีวิตเหตุปิดล้อมปะทะในพื้นที่บ้านฮูแตยือลอ ตำบลบาเระใต้ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส
พระราชทานเพลิงศพทหารกล้า 
อาสาสมัครทหารพราน วัฏจักร พรมนุ้ย อย่างสมเกียรติ เสียชีวิตเหตุปิดล้อมปะทะในพื้นที่บ้านฮูแตยือลอ ตำบลบาเระใต้ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส


วันนี้ 3 ตุลาคม 2564 เวลา 16:00 น. ที่วัด เขมาราม (วัดควนยาว) ตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก เดินทางเป็นประธานในพิธี พระราชทานเพลิงศพอาสาสมัครทหารพราน วัฏจักร พรมนุ้ย รองผู้บังคับชุดปฏิบัติการ กองร้อยทหารพรานที่ 4603 กรมทหารพรานที่ 46 ซึ่งเสียชีวิตจากภารกิจปิดล้อมบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่  บ้านฮูแตยือลอ ตำบลบาเระใต้ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 28 กันยายน ที่ผ่านมา โดยมี พลโท เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ผู้บังคับบัญชาหน่วยทหาร กำลังพลเพื่อนทหาร รวมไปถึงคณะญาติ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมพิธีเพื่อแสดงความไว้อาลัยต่อวีรชนผู้กล้า ภายใต้มาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 อย่างเคร่งครัด 

พิธีพระราชทานเพลิงศพในครั้งนี้จัดขึ้นอย่างสมเกียรติ เพื่อไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้ายให้กับ อาสาสมัครทหารพราน วัฏจักร พรมนุ้ย โดยเมื่อขบวนอัญเชิญกล่องเพลิงพระราชทานมาถึงบริเวณประกอบพิธี ผู้บังคับบัญชาข้าราชการ เพื่อนทหารตลอดจนครอบครัว และประชาชนในพื้นที่ตั้งแถวรอรับ เจ้าหน้าที่ได้มีการอัญเชิญกล่องเพลิงพระราชทานขึ้นวางประจำจุดเตรียมประกอบพิธี จากนั้น พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ประธานในพิธีขึ้นทอดผ้าบังสุกุล ทหารเป่าแตรนอน ผู้ร่วมพิธีได้ขึ้นวางดอกไม้จันทน์ ร่วมไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย แก่ทหารกล้าผู้เสียสละ  สร้างความปลาบปลื้มและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อทหารกล้าในวาระสุดท้ายของชีวิต และครอบครัว ญาติผู้เสียชีวิตอย่างหาที่สุดมิได้  



ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบธงไตรรงค์/ใบประกาศเกียรติบัตร/เหรียญบางระจัน ให้แก่ครอบครัว และทายาท เพื่อเป็นเกียรติยศแก่วงศ์ตระกูล และแสดงถึงความหาญกล้าในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อรักษาความสงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ พร้อมทั้งมอบเงินสินไหมทดแทนมรณกรรมทหาร “กองทัพบก ( ภัยสงคราม ) และพิทักษ์พลกระทรวงกลาโหม”จำนวน 1,100,000 บาท เงินบำรุงขวัญ และเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัว และทายาท  ตามลำดับ  

อาสาสมัครทหารพราน วัฏจักร พรมนุ้ย

เกิดเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2539 ภูมิลำเนา ตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช บรรจุเข้าเป็นอาสาสมัครทหารพราน ในตำแหน่ง รองผู้บังคับชุดปฏิบัติการ กองร้อยทหารพรานที่ 4603 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 ได้ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความขยันขันแข็ง มีความอดทน กล้าหาญเด็ดเดี่ยว เสียสละ มีน้ำใจต่อเพื่อนร่วมงาน และเคารพในผู้บังคับบัญชา มีใจรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ การจากไปของ อาสาสมัครทหารพราน วัฏจักร พรมนุ้ย ยังความอาลัยและเสียใจเป็นอย่างยิ่ง แก่เพื่อนทหาร ผู้บังคับบัญชา และครอบครัว
04/10/2564
49

+เพิ่มเรื่องราวใหม่


รับแจ้งมีเสียงดังคล้ายระเบิดบริเวณ เส้นทางสุไหงปาดี-สากอ บริเวณ ม.1 บ.จือเร ต.ริโก๋ อ.สุไหงปาดี จว.นราธิวาส
รับแจ้งมีเสียงดังคล้ายระเบิดบริเวณ เส้นทางสุไหงปาดี-สากอ บริเวณ ม.1 บ.จือเร ต.ริโก๋ อ.สุไหงปาดี จว.นราธิวาส 

เมื่อ 04 ต.ค. 64 เวลา 06.00 น  สภ.สุไหงปาดี รับแจ้งมีเสียงดังคล้ายระเบิดบริเวณ เส้นทางสุไหงปาดี-สากอ บริเวณเนินบ้าน บูเก๊ะบูลา ม.2 ต.ริโก๋ ประสานหน่วย ทพ.4811 ตรวจสอบแล้วไม่พบจุดที่เกิดเหตุ 511 ต่อมา 08.20 น หน่วย ทพ.4811 แจ้ง ว.4 ตรวจสอบ พบจุดเกิดเหตุ 511 เส้นทางสุไหงปาดี-สากอ บริเวณ ม.1 บ.จือเร ต.ริโก๋ อ.สุไหงปาดี จว.นราธิวาส 

เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ขณะนี้ อยู่ระหว่างการเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุครับ

รายละเอียดเพิ่มเติมอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน

เหตุเกิดบริเวณเส้นทางสุไหงปาดี-สากอ บริเวณ ม.1 บ.จือเร ต.ริโก๋ อ.สุไหงปาดี จว.นราธิวาส

พื้นที่รับผิดชอบ สภ.สุไหงปาดี จว.นราธิวาส โทร.073-651-157
ร้อยเวร (สอบสวน) ร.ต.อ.ภานุวัฒน์ โสดานิล โทร.086-936-9933
พ.ต.อ.อาภรกร วิรูปักษ์อารักษ์ ผกก.สภ.สุไหงปาดี                       โทร.095-151-5397
ศูนย์วิทยุและเฝ้าฟัง ศปก.ตร.สน.  โทร.073-203-690-1
04/10/2564
37

+เพิ่มเรื่องราวใหม่


รู้ไหม? ทำไมถึงรักทหารพราน ลองอ่านบทความนี้ดูนะครับ ทหารพราน เกียรติศักดิ์นักรบประชาชน
รู้ไหม? ทำไมถึงรักทหารพราน 
ลองอ่านบทความนี้ดูนะครับ
ทหารพราน เกียรติศักดิ์นักรบประชาชน

ทหารพราน คือกำลังประชาชนชุดดำปฏิบัติการในรูปแบบกึ่งทหาร อาสาเข้ามาเพื่อช่วยเหลือราชการ ตลอดระยะเวลา ที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้เห็นว่า อาสาสมัครทหารพรานเป็นกำลังสำคัญ  ส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ โดยเฉพาะในสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ขบวนการมุ่งก่อเหตุอย่างไม่เลือกเวลา สถานที่  ปัจจุบันอาสาสมัคร ทหารพราน นอกจากทำหน้าที่ช่วยเหลือในเรื่องดังกล่าวแล้ว ยังได้สนธิกำลังปฏิบัติการเชิงรุกร่วมกับกำลังส่วนอื่นอย่างเคียงบ่าเคียงไหล่ จนเป็นที่ประจักษ์ถึงความสามารถ ความเสียสละ  ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่จนเสียชีวิตมานักต่อนักในห้วงที่ผ่านมา

โดยวัตถุประสงค์ กองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถูกจัดตั้งเพื่อเป็นกำลังประจำถิ่น ตามนโยบายกองทัพบกในการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่  โดยทำหน้าที่ทดแทน ทหารหลักที่มาสมทบจากภาคอื่น ซึ่งจำเป็นต้องถอนกำลังเพื่อเป็นกำลังหลักในการป้องกันประเทศในอนาคต อีกทั้งเป็นการ ตัดปัญหาช่องว่างการปฏิบัติระหว่างการสับเปลี่ยนกำลัง ซึ่งเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา และที่สำคัญคือ เพื่อเกาะติดพื้นที่ เกาะติดประชาชน กดดันกลุ่มขบวนการที่เคลื่อนไหวและสร้างความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชน

ปัจจุบันนี้กองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้รับการบรรจุกำลังตามโครงสร้างการจัดตั้ง ประกอบด้วยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่สังกัดกองทัพภาคที่ 4 จำนวน 9 กรม สังกัดกองทัพภาคที่ 1-3 จำนวน 3 กรม  เข้ามาสมทบ วางกำลังครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา โดยแบ่งภารกิจการปฏิบัติเป็น 2 ลักษณะคือ เป็นกำลังประจำถิ่นดูแลความปลอดภัยพื้นที่ สนับสนุนการปฏิบัติของกำลังฝ่ายพลเรือนในการดูแลความสงบเรียบร้อย เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน รวมทั้งองค์กรต่าง ๆ  ตามยุทธศาสตร์การเอาชนะในหมู่บ้าน และที่สำคัญในปัจจุบันอาสาสมัครทหารพรานถือเป็นหน่วยหลักในการรักษาความปลอดภัยให้กับบุคลากรครู พระสงฆ์ รวมทั้งประชาชนซึ่งเป็นเป้าหมายอ่อนแอในพื้นที่เสี่ยง

     ส่วนอีกลักษณะหนึ่งคือ เป็นทหารพรานเชิงรุก ทำหน้าที่สนธิกำลังกับส่วนอื่นๆ ในการติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุ ปิดล้อม  ตรวจค้น ตั้งจุดตรวจจุดสกัด ลาดตระเวนเส้นทาง ตลอดจนรักษาความปลอดภัยสถานที่และบุคคลสำคัญ และที่สำคัญในปัจจุบัน  คือ การสำรวจพิสูจน์ทราบพื้นที่ ทำลายแหล่งหลบซ่อน ยึดพื้นที่ทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเทือกเขา  เช่นเทือกเขาบูโด เขาตะเว เขาเมาะแต และอื่นๆ ในห้วงที่ผ่านมา
 

     นอกจากที่กล่าวแล้ว แต่ละหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพราน  ยังมีอัตราอาสาสมัครทหารพรานหญิง ทำหน้าที่สนับสนุนทั้งภารกิจทหารประจำถิ่น ด้วยการปฏิบัติด้านกิจการพลเรือน และสนับสนุนการปฏิบัติเชิงรุกในการตรวจค้น ควบคุมบุคคลเป้าหมาย และป้องกันการก่อเหตุ   ที่อาศัยสตรีเป็นเครื่องมือ รวมทั้งทำหน้าที่ในการเก็บพยานหลักฐานการดำเนินคดีที่เกี่ยวกับนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งการทำหน้าที่ทั้งปวงต้องผ่านการฝึกอบรม ฝึกทักษะความชำนาญ ทั้งการรบและอื่นๆ ทั้งทหารพรานชายและหญิง และที่สำคัญทุกนายต้องผ่านหลักสูตรต่างๆ พร้อมการอบรมปลูกฝังวินัย คุณธรรม และอุดมการณ์ตามกำหนด

 
     แม้จะเป็นเพียงอาสาสมัคร แต่ที่ผ่านมาประจักษ์แล้วว่า อาสาสมัครทหารพรานได้ทำหน้าที่ไม่ด้อยไปกว่ากำลังส่วนอื่นๆ ทั้งขีดความสามารถ ความกล้าหาญ และเสียสละ ในขณะเดียวกัน ทหารพรานกลับตกเป็นเป้าหมายของการตอบโต้โดยขบวนการทั้งด้วยการใส่ร้ายให้เสื่อมเสีย และโจมตีด้วยกำลังสร้างความสูญเสียถึงชีวิตมานับจำนวนไม่ถ้วน อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านั้นไม่ได้บั่นทอนความตั้งใจ ความมุ่งมั่นที่จะทำหน้าที่อาสารับใช้ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ตามปณิธานซึ่งสลักเป็นตัวอักษรบนตราหน้าหมวก และเทิดทูนเหนือศีรษะเหล่าอาสาสมัครทหารพรานทุกนาย
#smartsoldiers4armyarea
04/10/2564
48

+เพิ่มเรื่องราวใหม่


จบภารกิจปิดล้อมปะทะยุทธการบ้านฮูเเตยือลอ ตำบลบาเระใต้ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐเสียชีวิต 2 นาย ฝ่ายbrn เสียชีวิต 6 นาย
จบภารกิจปิดล้อมปะทะยุทธการบ้านฮูเเตยือลอ ตำบลบาเระใต้ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐเสียชีวิต 2 นาย ฝ่ายbrn เสียชีวิต 6 นาย

     เเม่ทัพภาคที่4 ใช้กำลังผสมทหารหลัก ทหารพราน ตำรวจ กว่า 1,000 นาย และสลับกำลังเข้าปิดล้อมพื้นที่ ฮูแตยือลอ ตำบลบาเระใต้ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส ตั้งเเต่วันที่ 28 กันยายน- 3 ตุลาคม 64 รวม 6 วันอย่างไม่เป็นทางการ มีรายละเอียดดังนี้

วันที่ 28 กันยายน เกิดการปะทะ ทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1 นาย คือ อส.ทพ.วัฎจักร พรหมนุ้ย รอง ผบ.ชป.ร้อย ทพ. 4603

วันที่ 3 ตุลาคม เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1 นาย คือ ร้อยโท กฤษณะ เพ็ชรจำรัส สังกัด ร.151 พัน.1 (ชรก.กรม ทพ. 45)

กองกำลัง brn เสียชีวิต 6 ราย คือ

 1 อัฎฮา ยูกะ บิน มูฮัมหมัดฮูเซน
 2 ฮาซัน สามะ บิน อับดุลเลาะห
 3 อับดุลเลาะ อูแล บิน อับดุลลาติฟ
 4 มูฮัมหมัดซุกรี อูแล บิน อับดุลลาติฟ
 5 ซูเฟียน สามะ บิน อับดุลลาติฟ
 6 บารูวัน กือจิ บิน อับดุลกอเดร์
 
ห่วงเวลาในการปิดล้อม 6 วัน ที่ผ่านมา ฝ่ายกองกำลังฝ่าย brn ได้ใช้แผนตอบโต้วงนอก มีรายะเอียดดังนี้

วันที่ 28 กันยายน
ดักวางระเบิดรถยนต์เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จะแนะ จ.นราธิวาส บริเวณบนถนนบ้านน้ำวน หมู่ที่ 1 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ตำรวจ เสียชีวิต 2 นาย บาดเจ็บ 4 นาย

วันที่ 29 กันยายน
- ซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ชุดปิดล้อมฮูเเตยือลอ ขณะกลับฐาน ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย เหตุเกิดที่เขายือลาแป อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส
- เผายางรถยนต์ บ้านส้มป่อย อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส

วันที่ 30 กันยายน
เวลา19:30น.โจมตีฐาน นปพ 32ในเขตเทศบาล สุไหงปาดี อส.เจ็บ 2 นาย ชาวบ้านได้โดนลูกหลง 3 ราย
2 ระเบิดเสาไฟฟ้า 06:30 ถนน 4056 สุไหงปาดี-สุไหงโกลก บ้าน กูวา ม.5 ริโก๋ จ.นราธิวาส

วันที่ 2 ตุลาคม
เผากล้องวงจอนปิด ศาลาแยกบ้านบ้านสานามบิน 

วันที่ 3 ตุลาคม
เกิดเหตุระเบิด ม.1 บ้านตือละ ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา
เจ้าหน้าที่ ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย
04/10/2564


Story in the three southern border provinces